ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม...ที่นี่

Custom Search

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สงครามกระดานดำ ตอน แชร์ตาลปัตร



เรื่องหนึ่งที่มีอยู่ทั่วทุกโรงเรียนในประเทศไทยและถือเป็นปัญหาสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการเลยก็ว่าได้ คือ การเป็นหนี้สารพัดของครู ไม่เว้นโรงเรียน “เฌอคู่วิทยา” วันนี้วันเงินเดือนออกบรรยากาศหน้าประตูโรงเรียนคึกคักเป็นพิเศษไปด้วยบรรดาเจ้าหนี้ทั้งในและนอกระบบ ร้านข้าวแกงป้าพะยอมดูจะเงียบเหงาซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะป่านนี้บรรดาครูลูกหนี้ทั้งหลายคงจะวางแผนเข้ามาโรงเรียนอย่างไรโดยไม่พบกับเจ้าหนี้

“เฮ้ย! พี่สมจินต์ทำไมปีนรั้วเข้ามาล่ะ ประตูโรงเรียนก็มี บ้าเปล่านี่” ครูแต้วที่กำลังควบคุมนักเรียนทำความสะอาดบริเวณใต้อาคารเรียนสี่อุทานเมื่อเห็นคนกำลังเดินฝ่ากอกล้วยข้างรั้วโรงเรียนเข้ามา

“อย่าเสียงดังไปสิ แต้ว เดี๋ยวเจ้าหนี้พี่ก็รู้หมดว่าพี่มาโรงเรียนแล้ว” ครูสมจินต์ หัวหน้ากลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษาปัดเศษใบไม้ตามเนื้อตามตัวก่อนจะเดินอย่างระแวดระวังไปที่เซ็นชื่อลงเวลาปฏิบัติราชการ

“มาพอดีเลย น้องสมจินต์ รับใบเสร็จด้วยค่ะ” ครูพรรณี ฝ่ายการเงินโรงเรียนและผู้จัดการร้านสหกรณ์โบกใบเสร็จค่าสินค้าซื้อเชื่อของสหกรณ์และใบเสร็จชำระหนี้ของธนาคารโรงเรียนให้ครูสมจินต์

“เฮ้อ...หนีเสือปะจระเข้แท้ๆเลยกู” ครูสมจินต์ถอนใจก่อนจะดูยอดหนี้รวมประจำเดือนนี้ที่ครูพรรณียื่นให้ แล้วธนบัตรใบสีม่วงห้าใบก็ถูกส่งผ่านเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหลุยส์ วิคตองใบโตของครูพรรณี

เสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังเป็นรอบที่สองเป็นสัญญาณว่าครูพชรกำลังจะเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้ามา

“น้องพชรๆ ทางนี้หน่อยน้อง” ครูอ้อยที่แอบอยู่ข้างรถบรรทุกที่จอดใกล้ๆโรงเรียนเรียกเบาๆ ครูพชรหันมองที่มาของเสียงก่อนจะเดินเข้าไปหา

“เอาเท่าไหร่อีกล่ะพี่เดือนนี้” น้ำเสียงของพชรถามอย่างรำคาญ

“หกพันก่อนแล้วกันน้อง” ครูอ้อยยกมือไหว้ปะหลกๆ

ครูพชรล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาๆหกใบส่งให้เพื่อนครู
“ขอบใจมากน้อง เดี๋ยวกลางเดือนค่อยเคลียร์นะ” ครูอ้อยรีบเดินออกจากข้างรถบรรทุกกำลังจะเข้าประตูโรงเรียน แต่ทว่ามีผู้ชายสองคน ผู้หญิงหนึ่งคนเดินเข้ามาหาครูอ้อยโดยพร้อมเพรียงกันแล้วธนบัตรสีเทาทั้งหกใบที่ยืมครูพชรเมื่อสักครู่ก็ถูกเปลี่ยนมือแบ่งไปให้คนทั้งสาม

“น่าเบื่อจริงๆเลย พวกคนจนๆไม่รู้จักจัดการการเงินพวกนี้” ครูพชรเดินบ่นไปเรื่อยๆเมื่อเห็นสภาพของวันสิ้นเดือนแบบนี้จนชินตา

สองสามวันต่อมา ครูอ้อยเดินสีหน้ายิ้มแย้มเข้ามาหากลุ่มครูที่กำลังนั่งทานข้าวเที่ยงกันอยู่ เธอวางกระดาษและปากกาลงกลางโต๊ะ ครูที่นั่งอยู่หันมามองเป็นตาเดียวกัน

“อะไรคะพี่อ้อย” ครูแอ้ถามด้วยความสงสัย ครูอ้อยลากเก้าอี้พลาสติกเพื่อนั่งลงอธิบายให้ฟัง

“ใครสนใจเล่าแชร์บ้างจ๊ะ พี่เป็นเจ้ามือแชร์เอง ลงชื่อเลยนะจ๊ะ”

ครูสุชาวดีที่กำลังกินข้าวอยู่ถามรายละเอียดเพิ่มเติม “แล้วมือละเท่าไหร่ล่ะคะ เล่นกี่คนแล้วจะเปียแชร์วันไหน”

“ถามดีมากจ้ะ มือละพันเท่านั้น เปียทุกวันที่ ๕ ของเดือนที่ห้องสมุดโรงเรียนนะ ดีกว่าเอาเงินเก็บไว้เฉยๆเผื่อใครจำเป็นจะได้เอาออกไปใช้ เปียขั้นต่ำ ๕๐๐ นะจ๊ะ” ครูอ้อยรีบสาธยายเชิญชวนเพื่อนครูด้วยกัน

“ก็ดีเหมือนกัน เล่นกันมากๆสิจะได้เงินก้อนใหญ่ไปปลดหนี้หรือถือว่าออมทรัพย์กันเล่นๆ” ป้าจินดาสนับสนุนคำพูดของครูอ้อยซึ่งอยู่สายชั้น ป.๒ ด้วยกัน

ไม่นานกระดาษเปล่าแผ่นนั้นก็มีรายชื่อของครู ๒๐ คนเขียนต่อกันยาวลงมา ครูอ้อยยิ้มด้วยความพอใจก่อนที่จะเดินจากไป

เดือนที่หนึ่ง ผู้ที่เปียแชร์ได้คือครูรินดา ครูอ้อยก็จ่ายเงินให้ตามปกติ เดือนที่สอง สาม สี่ ห้าผ่านไปวงแชร์นี้ก็ดำเนินไปตามปกติ

เมื่อก้าวสู่เดือนที่ห้า ผู้ที่เปียแชร์ได้คือ ครูพชร ครูที่เปียแชร์ไม่ได้ก็ทยอยออกจากห้องสมุด ครูพชรเดินเข้ามาทวงเงินที่ครูอ้อย

“ไหนล่ะ พี่อ้อย เงินที่ผมเปียได้พร้อมดอกอ่ะ” ครูพชรแบมือออกแต่ครูอ้อยกำข้อมือไว้แทนแล้วดึงตัวเข้าไปที่มุมเคาน์เตอร์ยืม-คืนหนังสือ

“น้องพชรจ๊ะ พอดีเดือนนี้พี่ร้อนเงิน เอาแบบนี้ได้ไหม เงินที่น้องเปียได้พี่จะเป็นคนส่งให้ในเดือนต่อๆไป โอเคไหมจ๊ะ”

ครูพชรคำนวณในใจ “เราเปีย ๕๕๐ บาท (คิดในใจ) พี่อ้อยติดเงินเราหนึ่งหมื่นบาท ดีเหมือนกันให้พี่อ้อยหักเงินไปในตัวเลยก็ดี เราเองก็สบาย”

“โอเคครับพี่อ้อย” ครูพชรพยักหน้าแล้วก็เดินไปสอนที่ชั้น ป.๖ ต่อ ส่วนครูอ้อยถอนใจโล่งอกก่อนที่จะหยิบเครื่องคิดเลขออกมาคำนวณ

แล้วแชร์เดือนที่หก เจ็ด แปด ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันหนึ่งครูพชรซึ่งกำลังนั่งเล่นอยู่ที่ศาลาใต้ลานโพคู่กับครูบุ๊งกันอยู่ก็งงมากเมื่อเห็นป้าจินดาเดินรี่เข้ามาหา

“มีอะไรเหรอป้าจินดา ร้อยวันพันปีไม่เห็นลงมาที่ลานโพนี้เลย” ครูบุ๊งกระเถิบให้ป้าจินดานั่งบนเก้าอี้ม้าหิน

“น้องพชร น้องให้นังอ้อยมันหักเงินค่าแชร์ด้วยใช่ไหม” ป้าจินดาถามด้วยความน้ำเสียงกังวล

“ครับ ทำไมเหรอป้า” ครูพชรงงกับน้ำเสียงของป้าจินดา ครูร่วมสายชั้นกับครูอ้อย

“นังนั่นมันร้ายนะ มันวางแผนให้พวกเราเล่นแชร์แล้วก็เอาเงินนี่ไปโปะหนี้ของมันน่ะสิ ป้าไปถามคนที่เปียได้ทั้งสองเดือนที่ผ่านมาแล้ว ทั้งครูแต้ว ครูแอ้ ก็ให้คำตอบแบบน้องเหมือนกัน”น้ำเสียงของป้าจินดาสั่นรัวขึ้น

“อ้าว..จริงเหรอป้า ผมน่ะไม่มีปัญหาหรอกเพราะครูอ้อยเค้ายืมเงินผมไป รวมเบ็ดเสร็จทั้งต้นทั้งดอกก็หลุดกันกับค่าแชร์พอดี” ป้าจินดาตบโต๊ะดังปังจนครูหนุ่มทั้งคู่สะดุ้ง

“แต่ป้าไม่ใช่อย่างพชรนี่ ป้าร้อนเงินต้องการใช้เงินก้อนนี้เลย ลูกสาวป้ากำลังจะไปฝึกงานที่เชียงใหม่ต้องใช้เงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายนะ” ป้าจินดาอธิบายด้วยความโมโหก่อนจะลุกออกจากที่นั่นไปทิ้งให้ครูทั้งสองงงกันต่อ

ผ่านไปหลายเดือน ครูที่ยังเปียแชร์ไม่ได้ก็เริ่มวิตกกังวลกับแชร์วงนี้ว่าจะล้มหรือไม่ เพราะรวมหนี้เบ็ดเสร็จที่ครูอ้อยค้างจ่ายและยังไม่ได้จ่ายนั้นมีมูลค่าหลายหมื่นบาททีเดียว คนที่เปียได้มือหลังๆล้วนแล้วแต่เปียลมทั้งนั้น ส่วนเงินก็ยังอยู่ที่ครูอ้อยทั้งสิ้น

“ทำไงดีล่ะ ริสา แม่พี่ต้องใช้เงินไปลงทุนที่สวนด้วย” ครูแต้วปรึกษากับครูริสาซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือเรื่องย่อละครอยู่

“ไม่รู้สิพี่ ริสาก็กลุ้มใจเหมือนกัน อุตส่าห์ชิงเปียได้ก่อนแล้วนะ อิจฉาพวกเปียได้แรกๆจัง ได้เงินครบไปใช้สบายๆแล้ว” ครูริสาบุ้ยปากมาทางครูพชร

“อ้าว...ก็ผมมีเรื่องหนี้สินส่วนตัวกับพี่อ้อยนี่ครับ ก็ใช้วิธีหักไปเลยก็สะดวกผมนี่” ครูพชรรีบอธิบายให้ฟังก่อนจะหยิบหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอนในชั่วโมงต่อไป

“เชื่อริสาเถอะพี่แต้ว ว่าเรื่องนี้ต้องบานปลายแน่นอน” ครูริสาเอ่ยขึ้นเหมือนทุกครั้งที่เธอมีลางสังหรณ์

ที่ห้องประชาสัมพันธ์ ครูดาวนั่งประดิษฐ์ดอกไม้ใยบัวอยู่โดยมีครูต้อมและครูกรรณิการ์นั่งทานบัวลอยไข่หวานอยู่ ครูต้อมเปิดประเด็นขึ้นมาทันที

“นี่น้องดาวเล่นแชร์ครูอ้อยหรือเปล่าจ๊ะ” ครูต้อมถามหยั่งเชิง

“เปล่าค่ะ พี่ต้อม” ครูดาวหันหน้ามาคุยกับครูต้อม

ครูต้อมตบอกเบาๆด้วยความโล่งใจก่อนจะสาธยายตามประสาคนช่างนินทา “ดีแล้วจ้ะ น้องดาว พี่อยู่ที่นี่มานาน ถามพี่สิ พี่รู้หมดแหละ ครูอ้อยน่ะเป็นครูที่มีหนี้สินรุงรังมากที่สุดในโรงเรียนเลยนะจะบอกให้ น้องดาวรู้ไหมว่าเงินเดือนหักหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ธนาคารโรงเรียนแล้วก็หักค่าซื้อสินค้าสหกรณ์โรงเรียนแล้วเหลือเท่าไหร่” ครูต้อมเปิดช่องว่างจงใจให้ครูดาวถาม ครูดาวส่ายหน้าโดยอัตโนมัติ

“ห้าร้อยบาทถ้วนๆจ้ะ นี่ยังไม่ได้รวมหนี้บัตรอิออน เฟิร์สชอยส์ ควิกแคชและก็หนี้นอกระบบนะจ๊ะ” ครูต้อมลากเสียงยาวก่อนจะจิบน้ำมะตูมเบาๆ ครูกรรณิการ์ที่กำลังอร่อยอยู่กับบัวลอยไข่หวานหันหน้าขึ้นมาเสริมต่อ

“ดีแล้วที่น้องดาวไม่ไปเล่นแชร์ครูอ้อยด้วย บ้านนี้เค้าเป็นหนี้กันทั้งบ้านเลยทั้งผัวทั้งเมียแล้วก็จะมีข้ออ้างน่าสงสารสารพัดเลยล่ะ ที่บ้านพ่อป่วยบ้าง แม่ไม่สบายบ้าง น้องชายต้องเสียค่าเทอมบ้าง แรกๆพี่ก็สงสาร แต่พอจับติดพี่ก็หักหนี้จากเงินเดือนเลย”

“นั่นน่ะสิคะ หนูเห็นครูพรรณีไปเดินป้วนเปี้ยนๆหน้าห้อง ป.๒/๑ บ่อยจัง” ครูดาวตัดด้ายที่มัดก้านดอกไม้ออกอย่างบรรจง

“ขานั้นเค้าก็เจ้าแม่เงินกู้รายใหญ่ของย่านนี้จ้ะ รองลงมาก็ครูพชรนั่นแหละ แต่ครูพรรณีเค้าเขี้ยวกว่าหลายเท่า” ครูต้อมพูดก่อนที่จะหยิบชามขนมของตัวเองและของครูกรรณิการ์เดินออกไปทางโรงอาหาร ครูกรรณิการ์จึงได้หันกลับมาหาครูดาวอีกครั้ง

“ว่าแต่คนอื่นนัก ครูต้อมนี่ก็ใช่ย่อยซะที่ไหน หนี้สินก็รุงรังพอกันแหละ ดีที่ว่าไปประจบยืมเงิน ผ.อ.มาจ่ายทุกเดือน ไม่งั้นป่านนี้ก็คงแย่พอๆกับครูอ้อยนั่นแหละ”

ผ่านไปหลายเดือน ป้าจินดาที่ตามทวงหนี้แชร์จากครูอ้อยและเจ้าหนี้อื่นๆก็แวะเวียนมาที่ห้อง ป.๒/๑ เรื่อยๆ จนวันหนึ่งป้าจินดาคงจะอดรนทนไม่ได้จึงตรงดิ่งเข้าไปที่ห้องทำงานของ ผ.อ.จิ๋ม พอครูอ้อยรู้เรื่องก็หน้าซีดเผือดทันที และก็ลาโรงเรียนไปหนึ่งสัปดาห์

“มันหายหัวไปไหนนะนี่ พอรู้ว่าฉันไปฟ้อง ผ.อ.ก็ชิงลาเลยนะนังนี่” ป้าจินดานั่งปรับทุกข์กับครูพี่นาและครูแอ้ที่ใต้ต้นอโศกหน้าอาคารเรียนหนึ่ง

“เธอก็จะไปไล่ต้อนหมาจนตรอกทำไม ดีไม่ดีมันเบี้ยวเอาซะเฉยๆล่ะว่าไง” ครูพี่นาลูบหลังป้าจินดาเบาๆ

สัปดาห์ต่อมาครูอ้อยก็ปรากฏตัวในโรงเรียนอย่างเงียบๆ เธอรีบเซ็นชื่อแล้วก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของ ผ.อ.จิ๋ม โดยที่ครูต้อมยังไม่ทันจะเอาชุดอาหารเช้าเข้าไปเสิร์ฟ ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงขณะที่นักเรียนทยอยเดินไปดื่มนมโรงเรียนและเข้าห้องเรียน ส่วนคุณครูต่างก็ทยอยจะเข้าไปโฮมรูมนักเรียนในห้องประจำชั้น

“ประกาศนะคะ ขอเชิญครูพชร ครูริสา ครูแต้ว ครูจินดา ครู...........................ประชุมพร้อมกันที่ห้องประชุมโรงเรียนตอนนี้เลยค่ะ”เสียงจากห้องประชาสัมพันธ์ประกาศย้ำอีกครั้ง คุณครูที่มีรายชื่อล้วนแต่เป็นสมาชิกในวงแชร์ครูอ้อยทั้งนั้น

ในห้องประชุมโรงเรียนที่แสนจะเย็นฉ่ำแต่ทกคนรู้สึกว่าเหงื่อไหลท่วมหลังกันแทบทุกคน ยิ่งได้ยินคำพูดที่หลุดจากปากของผู้อำนวยการโรงเรียน เสียงแหลมเล็กเสียดแทงเข้าไปถึงหัวใจเลยทีเดียว

“เป็นครูประสาอะไรกัน เห็นคนอื่นเดือดร้อนแล้วยังจะกดดันให้เพื่อนเค้าต้องลำบากใจอีก รู้ไหมทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง เราควรจะช่วยเหลือเค้ามากกว่าที่จะไปทวงเงินจากเค้านะ”

ครูพชรรับไม่ได้กับคำพูดนั้นจึงยกมือขึ้นประท้วงทันที “ขออนุญาตครับ ผ.อ. นี่มันเรื่องการเงิน เรื่องทางธุรกิจนะครับ คนเป็นหนี้ก็ต้องจ่ายสิครับ ไอ้ตอนที่เดือดร้อนเห็นมายกมือไหว้ปะหลกๆ พอเราไปทวงแล้วทำตาดุเหมือนเสือ ผ.อ.จะเบนประเด็นให้พวกเราเป็นคนผิดไม่ได้นะครับ”

ผ.อ.จิ๋มส่งเสียงแหลมเล็กผ่านไมโครโฟนอย่างรวดเร็ว “ไม่ต้องมาสอนฉันหรอก ฉันเล่นแชร์มาหลายวงแล้ว เจ้ามือก็เคยเป็นมาแล้ว เพิ่งจะเห็นแชร์แปลกประหลาดก็คราวนี้แหละ”

ครูริสายกมือขึ้นอธิบายเพิ่มเติม “แต่ ผ.อ.คะ คนที่ชวนเล่นแล้วก็เบี้ยวหนี้คือ ครูอ้อยนะคะ หนูฟังๆแล้วเหมือนผ.อ.จะบอกว่าเค้าถูกและเราผิดนะคะ”

ผ.อ.จิ๋มพยักหน้าแล้วเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ส่งสายตามาที่ครูริสารที่นั่งอยู่ทางด้านขวาของตัวเอง “ไม่รู้ล่ะ ยังไงพวกเธอก็ต้องช่วยเหลือครูอ้อย เค้าน่าสงสารจะตาย ฐานะทางบ้านก็ไม่ดี จำเป็นต้องใช้เงินมาก ตัวเค้าเองก็เป็นมะเร็งต้องใช้เงินรักษาตัวเองอีก รายได้ก็มีทางเดียว..........ฉันจะดูสิว่าใครจะมีคุณธรรมจริยธรรมก็วัดจากการเล่นแชร์คราวนี้แหละ” ผ.อ.จิ๋มเดินออกจากห้องประชุมแล้ว ทุกคนในห้องนั้นจึงประชุมกันต่อ

“มันบ้าไหมล่ะ อีแก่นี่ เราเป็นเจ้าหนี้แท้ๆกลับถูกด่าว่าผิด ในขณะที่อีอ้อยน่ะมันหลอกให้เราเล่นแชร์แล้วเอาเงินเราไปหมุน บ้ากันไปใหญ่แล้ว” ครูจินดาหัวเสียโพล่งผรุสวาทออกมา

“เค้าเป็นมะเร็ง เชอะ! มะเร็งส้นตีนสิ เพี้ยง...ขอให้มันเป็นจริงๆเหอะ แม่จะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย”ครูริสายกมือไหว้ท่วมหัวในขณะที่ครูพชรนั่งเซ็งเป็นที่สุด

“คนเรากลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำกันเห็นๆเลย ไม่รู้ครูอ้อยมันไปตีบทแตกอะไรให้ผ.อ.ฟังก็ไม่รู้ ไปสอนดีกว่า”ครูพชรพูดก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมอย่างเนือยๆ

ที่ห้องพักครูสายชั้น ป.๖ ครูพชรนั่งตรวจการบ้านอยู่ ป้าจินดาก็ผลุนผลันเข้ามาจนเขาไม่ทันตั้งตัว ป้าจินดาลากเก้าอี้จากโต๊ะข้างๆมานั่ง

“ป้ารู้แล้วล่ะว่านังอ้อยมันไปพูดอะไรกับ ผ.อ.” พูดได้เท่านี้ครูคนอื่นๆก็มายืนล้อมวงที่โต๊ะครูพชรโดยไม่ได้นัดหมาย

“มันเข้าไปร้องห่มร้องไห้แล้วก็ใช้บทเดียวกับที่ตอแหลใส่พวกเรานั่นแหละ พี่ไปถามครูต้อมมาแล้ว นังนั่นอยู่ในเหตุการณ์ตลอด เชื่อถือได้แน่นอน แถมนังอ้อยมันยังใส่ร้ายพวกเราว่าขู่สารพัดสาระเพ อุ๊ย!ไม่อยากจะเล่า พูดแล้วของขึ้น” มือของป้าจินดาขยำพนักเก้าอี้อย่างแรง ทุกคนที่ได้ฟังก็พลอยหดหู่ใจกับความอยุติธรรมนี้เหลือเกิน

ครูริสายังมีเรื่องแคลงใจอีกจึงถามต่อว่า “แล้วทำไมผ.อ.ถึงไปเข้าข้างครูอ้อยได้ล่ะ”

ป้าจินดาตบโต๊ะดังปังก่อนจะพูด “อ๋อ! ผ.อ.เสนอว่าจะช่วยปลดหนี้ให้แลกกับการที่ให้มันคอยเป็นหูเป็นตาให้อีกคนหนึ่งน่ะสิ ใช้เงินซื้อสุนัขรับใช้เพิ่มมาอีกตัวไงล่ะ”

ที่ลานโพ ครูพชรนั่งกับครูบุ๊งเหมือนปกติ มีครูเซฟที่พานักเรียนมาเล่นเสือกินวัวตามมาคุยด้วยทีหลัง ปรากฏร่างของผู้ช่วยฯเกษมเดินยิ้มกริ่มเข้ามาหาครูทั้งสาม ครูเซฟลุกขึ้นให้ผู้ช่วยฯฝ่ายปกครองควบฝ่ายบริการนั่ง

“ไงล่ะ พชร ได้ข่าวว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่เหรอ มันจะข้ามหน้าข้ามตาไปหรือเปล่า พี่น่ะให้คนยืมเงินเปล่าๆก็เคยมาแล้ว อย่าเขี้ยวไปหน่อยเลย เงินทองน่ะของนอกกาย ช่วยคนอื่นน่ะเป็นกุศลนะ” มือของผู้ช่วยฯเกษมตบบนบ่าครูพชรเบาๆเป็นเชิงเสียดสี

“พี่เกษมคะ อยู่นี่เอง หนูตามหาทั่วโรงเรียนเลย” ครูพรรณีเดินมาด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ

“มีอะไรเหรอ น้องณี จะให้พี่เซ็นอนุมัติโครงการอะไรเหรอ” ผู้ช่วยฯเกษมหยิบปากกาปากเกอร์เตรียมจะเซ็นชื่อ

“เปล่าค่ะพี่ หนูเอาใบเสร็จค่าธนาคารโรงเรียน ค่าสินค้าสหกรณ์ และก็ที่พี่ยืมหนูไปสองเดือนทั้งต้นทั้งดอก เบ็ดเสร็จ ๗๕๐๐ บาทค่ะ” ครูพรรณียื่นใบเสร็จยัดใส่มือผู้ช่วยฯทันที

ผู้ช่วยฯเกษมเปิดกระเป๋าเงินดู ครูพชรสังเกตเห็นมีแต่ธนบัตรสีแดงๆอยู่สามสี่ใบเท่านั้น เขาแอบยิ้มอยู่ในใจ


“วันนี้พี่ยังไม่ไปเก็บเงินจากลูกหนี้เลย ขอทราบยอดไว้ก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ค่อยจ่ายแล้วกัน” ผู้ช่วยฯยิ้มแหยๆก่อนเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินหนีครูพรรณี

“หวังว่าพรุ่งนี้หนูคงจะพบพี่นะคะ เอานี่ด้วยค่ะ จดหมายจากอิออน ควิกแคชแล้วก็เฟิร์สชอยส์ แล้วก็รู้สึกว่าที่ห้องปกครอง เถ้าแก่เส็งกับเจ๊กิมมารออยู่นะคะ” ครูพรรณีหยิบซองจดหมายประทับตราบริษัทการเงินจากกระเป๋าถือให้อีกปึกใหญ่

ครูพรรณีเดินจากไป ส่วนผู้ช่วยฯเกษมก็เดินไปทางโรงจอดรถและสตาร์ทรถออกไปข้างนอกเร็วฉิว ครูพชรยิ้มที่มุมปากก่อนที่จะเดินไปทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร

( ชื่อตัวละครและเรื่องราวนี้เป็นแต่เรื่องสมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงผู้ใด หากได้ล่วงเกินแก่ใครก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ )

( โปรดติดตามตอนต่อไป )

2 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ11 กรกฎาคม 2555 05:25

    55555555555555555555555555555555555555555ขอบคุณ

    ตอบลบ