ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม...ที่นี่

Custom Search

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สงครามกระดานดำ ตอน เธอนั่นแหละต้องรับผิดชอบ



เช้าวันใหม่ของโรงเรียน “เฌอคู่วิทยา” ที่แสนจะวุ่นวายจนกลายเป็นความปกติที่ผู้ใช้รถใช้ถนนในย่านนั้นจะพบได้ในทุกวันเปิดเรียน หน้าโรงเรียนมีสารวัตรนักเรียนและคุณตำรวจคอยอำนวยความสะดวกในการข้ามถนนของนักเรียนโดยมีครูผู้ชายเป็นเวรสวัสดิการประจำวันดูแลอีกทีหนึ่ง

ครูแต้วขี่รถจักรยานยนต์เลี้ยวผ่านประตูโรงเรียนเข้ามาพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับเพื่อนครูที่ยืนรับนักเรียนหน้าโรงเรียน แต่เมื่อเธอจอดรถในโรงจอดรถซึ่งอยู่ติดกับโรงอาหาร สำรวจผมเผ้าและเครื่องแต่งกายไม่ถึงครึ่งนาที เสียงประกาศของเครื่องขยายเสียงโรงเรียนก็ดังขึ้น

“ประกาศนะคะ ขอเชิญหัวหน้างานวิชาการและหัวหน้ากลุ่มสาระทุกสาระประชุมพร้อมกันที่ห้องประชุมโรงเรียนค่ะ เดี๋ยวนี้เลยนะคะ” เสียงหวานๆของครูดาว ประชาสัมพันธ์สาวประจำโรงเรียนดังขึ้นและประกาศย้ำอีกครั้ง ใบหน้าที่แจ่มใสของครูแต้วพลันหดหู่ลงในฉับพลันเหมือนดอกกุหลาบแรกแย้มที่ถูกน้ำร้อนสาดในทันทีทันใด

“เรียกประชุมอีกแล้ว มีอะไรกันนักกันหนานะ กะว่าจะออกไปกินข้าวที่ร้านป้าพะยอมซักหน่อย” เธอพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะสะพายกระเป๋าถุงเอกสารใบใหญ่พะรุงพะรังไปเซ็นชื่อที่หน้าห้องประชาสัมพันธ์

“สวัสดีค่ะ พี่แต้ว” ครูดาวเข้ามาทักทายครูแต้วในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าเซ็นชื่ออยู่ ครูแต้วหันมายิ้มให้แล้วยกมือรับไหว้

“สวัสดีจ้ะ น้องดาวพอจะรู้ไหมว่า ผ.อ.เรียกประชุมอะไรแต่เช้านี่ ประจำเลย พี่กะว่าจะไปหาอะไรกินที่ร้านป้าพะยอมซักหน่อย” ครูดาวรีบดึงแขนเธอมากระซิบเบาๆหน้าห้องน้ำครูหญิงในทันที

“ไม่รู้เหมือนกันพี่ วันนี้เห็นผ.อ.มาตั้งแต่เช้าตรู่เลย หน้าตาบอกบุญไม่รับเหมือนเมื่อเช้าลืมอุ่นหน้ามางั้นแหละ พี่รีบๆเข้าไปที่ห้องประชุมเถอะ เมื่อกี้เห็นพวกหัวหน้ากลุ่มสาระไปกันสัก ๒-๓ สาระแล้ว”

“จ้ะๆ” ครูแต้วรีบคว้าถุงกระเป๋าเอกสารพะรุงพะรังคู่กายวิ่งไปที่ห้องประชุมโรงเรียน เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป มองเห็น ครูโรจน์ หัวหน้ากลุ่มสาระการงานฯ , ครูต้อ หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมฯ , ครูพชร หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย , ครูริสา หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ และครูกรรณิการ์ หัวหน้างานวิชาการ นั่งก้มหน้างุดอยู่ที่โต๊ะประชุมที่จัดเป็นรูปตัวยู จะมีเสียงกระซิบกันระหว่างครูริสาที่นั่งคุยอยู่กับครูกรรณิการ์เป็นระยะๆเบาๆ ที่นั่งเป็นประธานคือ ผ.อ.จิ๋มที่พอจะอ่านสีหน้าออกว่า ลืมอุ่นหน้ามาเหมือนที่ครูดาวว่าไว้จริงๆนั่นแหละ ครูแต้วยกมือไหว้ทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนที่จะนั่งลงรื้อสมุดบันทึกการประชุมขึ้นมา

“อะไรกันนี่เจ็ดโมงครึ่งแล้วยังมาไม่ถึงโรงเรียนกันอีกเหรอ ฉันเป็นครูมาสามสิบปีแล้ว ฉันมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ามาตลอดเลย ไหนยังขาดใครอีก กรรณิการ์” น้ำเสียงขุ่นๆของ ผ.อ.จิ๋มตวาดมาทางหัวหน้างานวิชาการที่ผละมาจากครูริสาแทบไม่ทัน

“คะ ผ.อ. ยังขาดครูสมจินต์ หัวหน้ากลุ่มสาระสุขศึกษาฯ ครูบุ๊ง หัวหน้ากลุ่มสาระศิลปะ แล้วก็ครูก้อย หัวหน้ากลุ่มสาระวิทย์ค่ะ” กรรณิการ์ตอบด้วยน้ำเสียงหวั่นๆว่า ผ.อ.จะกินหัวเธอหรือเปล่า ตามที่เธอเคยเอามาเมาท์ให้ครูแต้วฟัง

รายงานไม่ทันขาดคำบุคคลทั้งสามที่ครูกรรณิการ์กล่าวถึงก็เข้ามาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน ก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ประชุม ผ.อ.จิ๋มขยับแว่นตานิดหนึ่งก่อนจะกล่าวเปิดการประชุม

“ที่ดิฉันเรียกทุกคนมาประชุมในวันนี้ก็เพราะว่าเมื่อวาน ครูสุชาวดี หัวหน้างานวัดผลของโรงเรียนได้นำกราฟแสดงผลสัมฤทธิ์ในกลุ่มสาระวิชาต่างๆมาให้ดิฉันดู แล้วมันเป็นความตกต่ำของโรงเรียนเฌอคู่วิทยามาก อะไรกัน นักเรียนโรงเรียนเราไปสร้างชื่อเสียงในการแข่งขันมากมายแต่ผลสัมฤทธิ์แต่ละวิชากลับต่ำมากๆ มันหมายความว่าอย่างไร” ผ.อ.รัวมาเป็นชุดขนาดนี้ใครจะไปตั้งตัวติดโดยเฉพาะเมื่อเธอหันมาทางหัวหน้ากลุ่มสาระภาษาอังกฤษ

“แต้ว ผ.อ.สั่งแล้วใช่ไหมว่า เปิดเทอมใหม่มานี้จะต้องปรากฏคำศัพท์ภาษาอังกฤษติดตามสถานที่ต่างๆของโรงเรียนแล้ว ฉันเห็นมีแต่คำว่า อัพ แอนด์ ดาวน์ ติดอยู่ที่ขั้นบันไดเท่านั้นเอง แล้วเมื่อไหร่งานของกลุ่มสาระภาษาอังกฤษมันจะเกิดล่ะ” ครูแต้วยิ้มไม่ตอบอะไรแต่ในใจนั้นคิดว่า

“อีตอนฉันกับครูแอ้มาติดสติกเกอร์ที่บันไดทั้งสี่อาคารไม่เห็นจะมีคำชมอะไรมาเลย พอมาทีนี้แล้วด่าเอ๊า..ด่าเอา แทนที่จะเป็นงานของฝ่ายอาคารสถานที่ดันเหมามาให้สาระอังกฤษที่มีครูแค่ ๓-๔ คนเท่านั้น เวลาทำดีล่ะไม่ชม เวลาฉันล้มล่ะขย่มได้ขย่มเอา”

กว่าที่ผ.อ.จิ๋มจะแจกก้อนอิฐให้หัวหน้ากลุ่มสาระครบก็ปาเข้าไปเกือบเก้าโมงเช้าแล้ว แต่ละคนนึกในใจว่า ไม่รู้ป่านนี้เด็กประจำชั้นของตนเองจะเล่นซนหรือไปก่อเรื่องอะไรเข้าอีก เดี๋ยวพอออกจากห้องประชุมครูห้องข้างๆก็ต้องมาฟ้องแล้วจะต้องสะสางคดีกันต่ออีก

“เอาล่ะ ผ.อ.ไม่อยากจะฟังคำชี้แจงใดๆทั้งสิ้นแล้ว เอาเป็นว่าคะแนนสอบของเทอมนี้ จะต้องมีเกรดสามและสี่ครึ่งหนึ่งของห้อง เกรดสองมีได้แค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์และเกรดหนึ่ง ผ.อ.ให้มีได้แค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เข้าใจไหม จะทำยังไงก็ได้ ผ.อ.ไม่สน”

ครูพชรยกมือขึ้นก่อนที่จะลุกขึ้นพูด “ผ.อ.ครับ มันจะทำได้ยังไงครับ อย่างเช่นในแต่ละสายชั้นก็จะมีห้องที่นักเรียนเรียนอ่อนอยู่หนึ่งห้อง มันใช้สูตรของ ผ.อ.ไม่ได้แน่ และผมเกรงว่าเกรดโรงเรียนเรามันจะเฟ้อนะครับ”

“ไม่ต้องมาสอนฉัน ฉันเป็นครูมาสามสิบปีแล้ว ฉันเจอปัญหามามากกว่าเธออีก ไม่รู้ล่ะถ้าปลายเทอมนี้กราฟผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนยังตกต่ำ ก็ต้องพิจารณาตัวเองแล้วนะว่าสอนไม่ได้เรื่องขนาดไหน สะใจมากใช่ไหมล่ะที่เห็นเด็กไม่ได้เกรดสี่วิชาตัวเอง ไม่กลัวเด็กมันจะเสียใจบ้างเหรอ” ผ.อ.จิ๋มปิดสมุดดังปังก่อนจะลุกขึ้นออกเดินกลับไปยังห้องทำงานของตน

ครูริสาเปิดประเด็นขึ้นมาทันที “แกเป็นอะไรของแกน่ะ ไม่รู้บ้างเหรอไงว่านักเรียนของเราน่ะส่วนใหญ่เป็นเด็กเหลือขอที่ไม่มีโรงเรียนไหนเขารับแล้ว จะให้เกรดสี่ครึ่งห้องน่ะเป็นไปได้ไง แค่เราตามงานที่นักเรียนค้าง ก็ไม่ใช่จะกระตือรือร้นอะไรขึ้นมา”

“อย่าว่าแต่วิชาน้องเลย ขนาดวิชาวาดเขียนง่ายๆของพี่ยังไม่ส่งเลย ลองเป็นสมัยเราสิ ครูทวงงานแล้วจะรู้สึกอายเพื่อนต้องรีบทำส่งทันที แต่เด็กสมัยนี้มันต่างจากสมัยก่อนเยอะเลย” ครูบุ๊งพูดขึ้นมาบ้าง แต่ก่อนที่บทสนทนาต่อไปจะเริ่มขึ้น หัวหน้าห้องที่ครูแต้วประจำชั้นอยู่ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“ครูแต้วครับๆ อิทธิพลตกต้นไม้แขนหักครับ”

ครูแต้วรีบวิ่งลงไปที่ต้นหางนกยูงที่ปลูกไว้หน้าห้องประจำชั้นของเธอ ที่นั่นมีนักเรียนมุงดูอยู่เต็มไปหมด

“ไม่เป็นไรครับพี่แต้ว ผมให้ภารโรงขับรถโรงเรียนเตรียมไว้แล้ว พี่แต้วตามไปที่รถเถอะครับ” ครูเซฟที่สอนพละและอยู่ในบริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์พอดีอุ้มเด็กนักเรียนที่ขาหักไปขึ้นรถโรงเรียนเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลต่อไป

ระหว่างทางครูเซฟเล่าว่า พอหลังเลิกแถวเคารพธงชาติ นักเรียนก็ไปรับนมถุงมารับประทาน แต่ห้องครูแต้วไม่มีครูดูแล เด็กนักเรียนก็กินนมหกเลอะเทอะระเบียงหน้าห้องเรียน ครูที่อยู่ห้องข้างๆทนไม่ไหวจนต้องออกมาต้อนให้นักเรียนเข้าไปอยู่ภายในห้อง แต่ทว่ามีนักเรียนคนหนึ่งนึกอย่าไรไม่รู้ออกมาปีนต้นไม้หน้าห้องเรียนเล่นแล้วพลาดพลั้งตกลงมา ดีที่ครูเซฟอยู่แถวนั้นจึงปฐมพยาบาลขั้นต้นให้แล้ว

หลังจากนำนักเรียนส่งโรงพยาบาลแล้วรถโรงเรียนก็กลับเข้ามาภายในโรงเรียน ครูแต้วยังไม่ทันก้าวลงจากรถ ครูต้อมก็วิ่งกระหืดกระหอบมาหา

“แต้วๆ ผ.อ.เชิญที่ห้องเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ”

ครูแต้วอารมณ์เสียในฉับพลันแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้เพราะครูต้อมคนนี้เป็นสายสืบตัวโปรดของ ผ.อ.จิ๋มเลยทีเดียว เธอเดินเข้าไปที่ห้องทำงานของ ผ.อ. เหลือบไปดูนาฬิกาข้อมือตัวเองบอกเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว นึกในใจว่า “เฮ้อ....ช่วงเช้านี้ไม่ได้สอนอีกแล้ว”

“ว่าไงแต้ว ปล่อยปละละเลยยังไงเด็กถึงแข้งขาหักได้” ผ.อ.จิ๋มถามอย่างไม่พอใจ

“ก็หนูเข้าประชุมตั้งแต่เช้า ยังไม่ทันจะไปพบนักเรียนประจำชั้นเลยนี่คะ”

“ก็ต้องมีการบริหารจัดการสิ ฝากครูที่อยู่ข้างห้องให้เค้าช่วยดูแลให้ก่อน”

“แต่ ผ.อ.คะ หนูมาถึงโรงเรียนเซ็นชื่อเสร็จก็เข้าประชุมเลย จะเอาเวลาไหนไปฝากครูข้างห้องคะ” ครูแต้วเริ่มจะขุ่นใจแล้ว

“เอ๊ะ...แต้ว ทำไมเธอต้องเถียงฉันด้วย การเป็นครูต้องรู้จักการเอาใจใส่นักเรียนนะ ถ้าอย่างนี้เห็นทีต้องพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ”

“พิจารณาอะไรคะ หนูว่าหนูก็ทำหน้าที่ของหนูตามความรับผิดชอบแล้วนะคะ ทุกคนก็รู้ ผ.อ.ก็เห็นอยู่ แต่สิ่งที่หนูได้รับมันกลับตาลปัตรไปซะนั่น”

ผ.อ.จิ๋มพอจะเดาออกในเรื่องของการพิจารณาขั้นประจำปีของโรงเรียนที่ไม่ชอบมาพากล เพราะปรากฏว่า ครูที่เป็นบริวารรอบข้างผ.อ.นั้นได้สองขั้นหมดทุกคน ในขณะที่คนทำงานนั้นได้แค่หนึ่งขั้น เป็นอย่างนี้มาโดยตลอดที่ ผ.อ.จิ๋มมาเป็นผู้อำนวยการที่โรงเรียนแห่งนี้ ผ.อ.จิ๋มส่งสายตาแข็งกร้าวมาที่ครูแต้วเหมือนจะฉีกเธอให้แหลกคามือในบัดดล ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเธอนั่นแหละต้องรับผิดชอบ”

( ชื่อตัวละครและเรื่องราวนี้เป็นแต่เรื่องสมมติขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงผู้ใด หากได้ล่วงเกินแก่ใครก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ )

( โปรดติดตามตอนต่อไป )

1 ความคิดเห็น:

  1. เข้ามาเยี่ยมและเป็นกำลังใจให้นะจารย์ ขอให้สร้างสรรค์ผลงานดีๆตามจินตนาการอันกว้างไกลต่อไป ตรายเท่าที่ภาษายังคงเดินหน้าต่อไปอย่งไม่หยุดยั้งครับ

    สู้

    ตอบลบ