ลองดูเอาเอง
ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม...ที่นี่
วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554
วิธีรักษาหวัดแบบไม่ต้องกินยา
ลองดูเอาเอง
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
พาไปไหว้พ่อท่านน้ำรอบวัดโคกกลอยกันอีกครั้ง
วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
ลองมาดูหนังเกย์สมัยคุณทวดกันดีกว่า (2)
ภาคจบของคลิปเกย์สมัยคุณทวด มีคำบรรยายไว้ว่า
Last act from the 1920's french pornographic film I posted. Since there was so much interest in the first clip. In this clip we see the "chinese" boy jerking off while our sailor screws two geishas. Actual cum shot! Very-rare even in straight porn in the era.
ปี 1920 นับถึงปัจจุบันหนังเกย์เรื่องนี้ก็มีอายุ 90 ปีแล้วนะครับ (ขนลุก)
ลองมาดูหนังเกย์สมัยคุณทวดกันดีกว่า (1)
กรุณามองในเชิงประวัติศาสตร์นะครับ ว่าของแบบนี้มันมีมานานแล้ว
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
ชี้แจงเรื่องข้อมูลภายในบล๊อก
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สิบเก้าวิธีถนอมดวงตา

1. ปรับช่องแอร์ในรถให้ต่ำลง อย่าให้ลมเย็นพ่นเข่าตาโดยตรง เพราะลมเย็นพวกนี้จะเป็นสาเหตุ
2. บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่ดีต่
3. อย่ามองข้ามมันเทศ ของดีราคาย่อมเยาที่พ่อค้
4. เวลาทำกับข้าวอย่าลืมใส่หั
5. อย่าขี้เกียจเดิน เพราะผลการวิจัยบอกว่าเดินอย่
6. กินปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดโอเมก้า-3 ที่จำเป็นสำหรับบำรุงสายตา
7. ลดขนมหวานๆ และอาหารมันจัด อาหารพวกนี้เกิดมาเพื่อเป็นศั
8. ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมใส่แว่นกั
9. ตรวจวัดความดันโลติตเป็นประจำทุ
10. สวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดดอย่างเดียวอาจจะสู้กั
11. อย่าละเลยการทำความสะอาดดวงตาด้
12. กินผักใบเขียวเป็นประจำทุกวัน ผักใบเขียวเป็นแหล่งรวมของสารลู
13. ผักบีตสดๆเป็นของขวัญชั้นดีที่
14. เลิกทานอาหารที่เค็มจัด เพราะคนที่ติดรสเค็มจะมี
15. หมั่นซักผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวบ่อยๆ เพื่อให้ผ้าส่วนตัวของคุณสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ทีสำคัญไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้าร่
16. น้ำหอมกลิ่นมะลิ วนิลลา หรือเปปเปอร์มินต์ มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นระบบลิมบิ
17. อย่าเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่
18.กินผักโขมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผักชนิดนี้มีสารลูเทอิน ซึ่งจะช่วยป้องกันต้
19. เปลี่ยนมาสคาร่าขวดใหม่ทุกๆ 3 เดือน ทุกครั้งที่มาสคาร่าสัมผัสตาคุณ จะต้องมีความสกปรกเล็กๆน้อยๆ ติดมาด้วย เมื่อมาหมักหมมปนกันนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป มาสคาร่าขวดโปรดของคุณก็
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552
รอบรู้แพทย์แผนจีน ตอน : โจ๊กดอกไม้

เมื่อเรารู้ว่าโจ๊กดอกไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกายและช่วยเสริมสร้างความงามดังนี้แล้ว ผู้เขียนจึงไม่ลืมที่จะนำสูตรโจ๊กดอกไม้มาฝากให้ลองทำรับประทานกันดู ขอบอกว่าไม่ยาก ทำง่ายและน่าสนใจอย่างมาก
ดอกเก๊กฮวยมีกลิ่นหอมสดชื่น ยิ่งนำข้าวใหม่มาทำเป็นโจ๊ก ยิ่งสามารถดูดซึมสารอาหารหรือสารที่มีประโยชน์จากดอกเก๊กฮวยได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์ เปล่งปลั่งอยู่เสมอ
วิธีทำ เด็ดก้านดอกเบญจมาศหรือดอกเก๊กฮวยออก แล้วนำไปตากแห้ง หลังจากนั้นบดจนเป็นผงละเอียด ใช้ข้าวใหม่ต้มเป็นโจ๊กในปริมาณข้าว 50-100 กรัม เมื่อโจ๊กสุกได้ที่ให้นำผงดอกเก๊กฮวยในปริมาณ 10-15 กรัม เติมลงไป แล้วต้มต่ออีก1-2 นาที หรือหากสะดวกใช้ดอกเก๊กฮวยตากแห้งสำเร็จรูป ให้ใช้สัดส่วนดอกเก๊กฮวยแห้ง 60 กรัมต่อ ข้าว 100 กรัม
วิธีง่าย ๆ คือ หลังจากที่ล้างดอกเก็กฮวยเรียบร้อยแล้ว ให้นำดอกเก๊กฮวยไปต้มทำเป็นน้ำแกงก่อน หลังจากนั้นเติมข้าวที่เตรียมไว้ลงไปต้มพร้อมกัน โดยเปิดไฟแรง พอเดือด ให้ใช้ไฟอ่อน ค่อย ๆ ต้มไปเรื่อย ๆ กระทั้งได้โจ๊กดอกเก๊กฮวยที่มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
โจ๊กดอกกะหล่ำเป็นโจ๊กที่มีกลิ่นหอมรสชาติถูกปาก หากรับประทานบ่อย ๆ จะมีสรรพคุณช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ลำไส้ใหญ่ทำงานสะดวก และการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาละเอียดผ่องใสแลดูสุขภาพดี อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยในการขับสารพิษออกจากตับและไต อีกด้วย
วิธีทำ นำดอกกะหล่ำสด 50 กรัม ต่อข้าวใหม่ 50-100 กรัม เติมน้ำตาลทรายแดงในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรมากเกินไปหรือน้อยจนไม่ได้รสชาติ เติมน้ำในปริมาณ 500 กรัมแล้วใช้ไฟอ่อนในการต้มโจ๊ก ขณะที่กำลังรอให้โจ๊กข้นนั้น ให้เติมน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อยเพื่อดูว่าโจ๊กนั้นได้ที่แล้วหรือยัง หากได้ที่แล้วจะปรากฏน้ำมันลอยขึ้นมาให้เห็น
การเลือกดอกกุหลาบที่จะนำมาทำโจ๊กนั้น ควรเลือกดอกตูมที่ยังไม่บาน เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์จะยังคงอยู่ครบ วิธีทำ ให้นำข้าวสารใหม่ต้มให้สุกเป็นโจ๊ก หลังจากนั้นนำดอกกุหลาบที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ ต้มต่อไปกระทั้งโจ๊กเริ่มออกสีแดงอ่อน จึงจะสามารถตักออกมารับประทานได้
นำข้าวสารใหม่ 100 กรัมมาต้มกระทั้งสุกเป็นโจ๊ก หลังจากนั้นให้นำเมล็ดดอกบัวและกลีบดอกบัวที่ล้างสะอาดใส่ลงไปในหม้อ แล้วต้มต่อเนื่องไปอีก 10 นาทีก็จะได้โจ๊กดอกบัวสีเขียวมรกตชวนรับประทาน
วิธีทำ นำข้าวสารใหม่ปริมาณ 100 กรัม มาต้มให้สุกเป็นโจ๊ก หลังจากนั้นใส่ดอกมะลิแห้งลงไปในปริมาณ 3-5 กรัม ต้มต่อเนื่องอีก5-10 นาที ก็จะได้โจ๊กดอกมะลิกลิ่นชวนรับประทาน
ลองทำรับประทานดูน่ะค่ะ เพื่อสุขภาพและผิวพรรณที่ดูดีขึ้น แถมยังห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ย้อนรำลึกวันแม่แห่งชาติ 2534
เมื่อวันแม่แห่งชาติ 2552 ที่ผ่านมา มีคนมาขอรูปที่ถ่ายกับแม่ไปจัดบอร์ด เลยไปหามาจากอัลบั้มแล้วก็ชอบใจภาพนี้เป็นพิเศษ ปี 2534 เป็นปีที่ผมเรียนอยู่ชั้น ป.4 และเป็นปีแรกที่แม่ไปร่วมงานวันแม่ เพราะแม่อยู่ในช่วงตกงาน ถ้าเป็นปีอื่นๆแม่ต้องทำงาน ไม่สามารถมาร่วมงานได้ ปกติคนที่จะขึ้นไปบนเวทีให้ผมไหว้คือย่าวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552
วิธีการป้องกันแก๊งค์ปาหินใส่รถยนต์

เนื่องจากปัจจุบันมีข่าวการปาหิ
- หากท่านมีกำลังทรัพย์ อาจติดฟิลม์กรองแสงชนิดใสที่
กระจกหน้าทั้งบาน ประโยชน์นอกจากกันความร้อนแล้ว ฟิลม์ยังช่วยดูดซั บแรงกระแทกจากก้อนหินที่ มากระทบได้ดี
- ส่วนใหญ่การปาหินมักเกิดขึ้
นตอนกลางคืนบนถนนสายเปลี่ ยวและมืด หากท่านขับรถผ่านถนนที่มีลั กษณะดังกล่าว ควรเปิดไฟสูง (เมื่อมีโอกาส) เพื่อสอดส่องดูว่ามีรถจั กรยานยนต์กำลังขับขี่ สวนทางมาหรือไม่ เนื่องจากคนร้ายมักซ้อยท้ายรถ จยย. ที่ไม่เปิดไฟหน้า หากท่านเปิดไฟสูงนอกจากจะช่ วยให้ท่านมองเห็นคนร้ายแล้วยั งจะช่วยบดบังสายตาของคนร้ายได้ ด้วย (ทำให้คนร้ายตาพร่ าจากแสงไฟของท่าน) นอกจากนั้นท่านไม่ควรขับรถด้ วยความเร็วสูงบนถนนที่มีลั กษณะนี้ ให้ระวังทางโค้งมากเป็นพิเศษ เพราะคนร้ายมักใช้ทางโค้งเป็นจุ ดดักซุ่มรอ
- หากท่านสังเกตุเห็นว่ามีรถ จยย. กำลังขับขี่สวนทางมายังท่าน ท่านควรรีบชลอความเร็วและเปลี่
ยนช่องการจราจรให้ออกห่างจากรถ จยย. ดังกล่าวให้มากที่สุดเท่าที่ – 60 พร้อมกับเปิดสัญญาณไฟกระพริบเพืจะเป็นไปได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนช่ องจราจรได้ ให้ลดความเร็วให้เหลือเพียง 40 ่อเตือนรถที่ตามหลังท่านมาว่าท่ านกำลังจะชลอตัว ความเร็วยิ่งช้าเท่าไร ความแรงของก้อนหินที่ มากระทบรถของท่านก็ยิ่งน้ อยลงเท่านั้น
- หากรถของท่านถูกปาหินใส่ได้รั
บความเสียหายแล้ว อย่าจอดรถในบริเวณนั้นทันที เพราะคนร้ายอาจตามมาปล้นทรัพย์ สินของท่าน พยายามประคองรถช้าๆไปจนกว่ าจะพบผู้คนและเข้าขอความช่ วยเหลือ
ด้วยความห่วงใยจาก แผนกรักษาความปลอดภัย โรงแรม พุลแมน กรุงเทพ คิงเพาเวอร์
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
ประวัติที่มาของ "แซ่แต้"

มีความหมายหรือแปลว่า(1) ชื่อแคว้นหรือรัฐ (2) หนักแน่น (3) นามสกุล (แซ่)
แซ่นี้ เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางมาก
บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์โจว (1100-770 ปีก่อน ค.ศ.)
โจวซวนอ๋อง พระราชทานแคว้นเจิ้งให้กับเพื่อนของน้องชายพระมารดา
ซึ่งมีชื่อว่า หวนกง ไปครองแคว้นเจิ้ง (อำเภอฮว่าเสี้ยน ทางตะวันออก
ของมณฑลซานซีปัจจุบัน)ต่อมาแคว้นเจิ้งได้ถูกแคว้นหานล่ม พวกลูกหลาน
ได้อพยพโยกย้ายกระจัดกระจายไปอยู่ในพื้นที่ระหว่างแคว้นเฉินกับแคว้นซ่ง
จึงได้ถือแคว้นเก่าคือ "เจิ้ง" เป็นแซ่ของตน
มีบุคคลแซ่ "เจิ้ง" ซึ่งมีชื่อเสียงอยู่ในประวัติศาสตร์ เช่น
เจิ้งเสียน เป็นนักศึกษาคัมภีร์มีชื่อสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก อ่านคัมภีร์ต่างๆ
อย่างกว้างขวาง เมื่อมีอายุได้ 40 ก็เปิดรับลูกศิษย์สอนวิชาคัมภีร์ต่างๆ
มีลูกศิษย์หลายพันคน ต่อมาภายหลังก็มุ่งแต่เขียนหนังสือทำคำอธิบายแก่
คัมภีร์ต่างๆ เป็นผู้รวบรวมคัมภีร์สมัยราชวงศ์ฮั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุด
เจิ้งเหอ เป็นขันทีสมัยราชวงศ์หมิง เคยนำเรือทะเลเดินทางไปมหาสมุทรตะวันตก 7 ครั้ง
ใช้เวลา 28 ปี เคยเดินเรือทะเลไปถึงเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซีย
อาหรับและแอฟริกาตะวันออก รวมกว่า 30 ประเทศ มีคุณูปการในการผลักดัน
การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างราชสำนักหมิงกับประเทศต่างๆ เป็นอันมาก
เจิ้งเฉิงกง วีรบุรุษแห่งชาติจีนปลายสมัยราชวงศ์หมิง เคยนำทัพขับไล่กองทัพ
รุกรานของฮอลแลนด์ ยึดไต้หวันกลับมา และได้สร้างอำนาจรัฐ
ปรับปรุงกฎหมาย ยังความสงบแก่สังคมของไต้หวัน พร้อมทั้งได้ขยายเทคนิค
การผลิตที่ก้าวหน้าของแผ่นดินใหญ่ เข้าไปยังไต้หวัน อันเป็นการผลักดัน
การพัฒนาของเศรษฐกิจไต้หวันเป็นอันมากในครั้งกระนั้น
แซ่นี้ มีสมาคมอยู่ในเมืองไทย มีชื่อว่า "สมาคมเตชะสัมพันธ์"
ตั้งอยู่ที่ 27/4 ถนนรัชดาภิเษก แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
โทร. 0-2294-3226 ถึง 6, 0-2294-2763
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วิธีการป้องกันภัยจากการถูกข่มขืน

1. คนร้ายจะซุ่มรอทีเผลอคับ ที่โดนบ่อยๆคือล็อคแขนไขว้หลัง มืออุดปากแล้วกระชากหรือลากเข้
2. เมื่อโดนลากเข้าข้างทาง คุณก็จะโดนต่อยท้องเพื่อให้จุ
3. เมื่อคนร้ายเห็นคุณไม่มีแรงดิ้น ก็จะทำการถลกส่วนล่างคุณออก โดยท่าที่นิยมคือนั่งคร่อมเอว เอาเข่ากดแขนส่วนบนคุณไว้ทำให้
4. จากนั้นเมื่อฐานยิงโล่งโจ้ง คนร้ายก็จะงัดจรวดออกมาเตรี
5. เมื่อคนร้ายพยายามสอดใส่ ให้คุณรวบรวพลังที่มี "ขมิบ" ไว้ครับ ตะบองแข็งหรือจะสู้แรงโล่เนื้อ คนร้ายก็จะเริ่มเสียสมาธิ
เดี๋ยวจะหมดโอกาส จากนั้นบีบให้เต็มที่เลยคับ เอาเล็บจิกด้วยยิ่งดี ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครคิดจะฆ่าคุ
6. หลังจากนั้น อ๊ะๆ อย่าเพิ่งคิดหนีคับ พิจารณาดูคนร้ายให้ดีก่อน รีบประเมินสถานภาพคนร้ายว่า ที่เราทำลงไปหยุดเขาได้ไหม ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ตายตอนโดนข่
7. ทีนี้ถ้าคนร้ายแค่เสียจังหวะคื
- ที่เดิม (ไอ้นั่นแหละคับ) แต่ส่วนใหญ่จะทำไม่ได้เพราะคนร้
- หน้าแงหรือกลางแสกหน้า คนตัวโตๆ ตายเพราะส้นตรีนผู้หญิงๆมี
- กกหู ขมับ ทุบรัวๆเลยคับ(ไม่แนะนำท้
- ถ้ามีก้อนหินโตๆ ทุบกลางหน้าแข้งเลยครับ รับรองเดี้ยง ร้องสามบ้านแปดบ้าน
- ที่สุดท้าย อาจจะโหดหน่อยแต่ถ้าทำได้ เวิร์คคับ "นิ้วเท้า" โดยเฉพาะนิ้วเล็กๆตั้งแต่นิ้
- จากนั้นรีบจัดเครื่องแต่งกาย คว้าสิ่งของมีค่าพาตั
นี่สำหรับเจอตัวต่อตัวนะคับ ถ้ามากกว่าสอง ให้แนะนำว่า "ทำใจคับ" โดนแน่ๆ หนักหรือเบาแล้วแต่บุญแต่กรรม เจ็บน้อยหน่อย เสียวเยอะหน่อย ฯลฯ หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคับ ขอบคุณคับ
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552
45 ข้อดีของการไม่มีแฟน

1. มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนังคุยโทรศัพท์
2. มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น
3. กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร
4. ไม่ต้องทะเลาะกับใคร
5. ประหยัดค่าใช่จ่าย แบบว่าไม่ต้องไปเที่ยวไหน
6. ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ
7. ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น
8. ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก
9. ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งแฟนเรา
10. มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ
(และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)
11. ไม่ต้องคอยหึงหวง
12. ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า
13. มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่
14. ไม่ต้องฟังคำว่า “อนาคตของเรา ”
15. ไม่ต้องอกหัก(อันนี้สำคัญมาก)
16. ไม่ต้องกังวลว่าแต่ละวันใส่ชุดอะไรถึงจะถูกใจเขา
17. ไปหาเพื่อนแต่งตัวแบบไหนก็ได้
18. ไม่ต้องคอยเช็ค sms เผื่อว่าเขาส่งมาแล้ว ยังไม่ได้ส่งกลับ (เฮ้อ….เปลืองเงินป่าวๆ)
19. อยากจีบหนุ่ม/สาวไหนก็ได้ไม่มีใครคอยตามประกบ
20. ประหยัดน้ำตาไว้ร้องไห้เรื่องอื่น YoY
21. ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเอาใจใคร
22. ไม่ต้องคิดมาก
23. มีทางเลือกให้กับชีวิตมากขึ้น
24. ………ไม่ต้องร้องไห้………….
25. ได้ทำตามใจตัวเองอย่างเป็นสุขไม่ต้องกังวลถึงใคร
26. คิดถึงคนหลายๆคนพร้อมกันได้ 55+
27. คิดถึงตัวเองมากขึ้น ^^
28. ชินกับการอยู่ติดที่เพราะไม่มีแฟนชวนเที่ยว
29. เล่นเน็ตได้นานสะใจ จะคุยกับใครก็ได้ไม่มีใครหวง
30. มีเวลาดูละครน้ำเน่ามากขึ้น
32. เวลาไปเกะก้อร้องเพลงอย่างสบายใจไม่มีเพลงอกหักมาทำให้ใจชอกช้ำ..
32. ไม่ต้องคอยโทรศัพท์
33. ไม่ต้องเปลืองค่าโทรศัพท์โทรหา
34. จะเหล่ใครก็ไม่มีใครว่าเพราะยังไม่มีใครถูกใจ
35. ไม่ต้องคอยระแวงว่าคนที่เดินข้างๆจะเป็นใคร
36. จะทำอะไรก็ได้ 37. ไม่โดนเพื่อนด่าว่า “ลืมเพื่อน”
38. คิดถึงใครก็ได้ที่อยากจะคิด
39. ไม่ต้องทำหล่อทั้งวันหรือโปะหน้าให้สวย
40. ไม่ตกปกปิดด้านชั่วของตัวเอง
41. ไม่ต้องดัดเสียงให้ดูมาดแมนหรือฟังดูน่ารัก
42. จะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจแฟน
43. ใครจีบก็จีบไปเพราะเราไม่มีแฟน
44. ไม่ต้องร้องเพลงอกหัก
45. สามารถคุยกะเพศตรงข้ามได้อย่างไม่รู้สึกผิดเพราะยังไม่มีแฟน
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สุดยอดอาหารล้างพิษ
2. อัลมอนด์เป็น ถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกาย ในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึง ควรกินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia ) จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก
3. แอปเปิลประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้
4. ตำลึงผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้ว หาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย
5. อะโวคาโดอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน( Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
6. บีตรูตผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผัก มหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมีคอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ทำความสะอาดตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติพิเศษที่ส่งเสริมให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่าง ในเลือดให้สมดุลด้วย
7. กะหล่ำเต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูล อิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย
8. บลูเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์ สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
9. กระเทียมจากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึง คุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย
10. ส้มโอ หรือเกรปฟรุตเป็นผลไม้รสชาติดีที่ได้รับ ความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
11. มะเขือพวงคนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลัก แต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าง แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย
12. แครอทเต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ วิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจ และหัวใจแข็งแรงขึ้น
13. ขึ้นฉ่ายถือได้ว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความ สะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย
14. พืชตระกูลถั่ว(เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กิน และลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วย พืชตระกูลถั่วนี้ประกอบด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย
15. ทับทิมตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามรถรักษาอาการอักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยาแก้ ปวด ช่วยล้าง พิษลด การติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ สำหรับผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
16. กระเจี๊ยบน้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความ สะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้
17. เมล็ดแฟลกซ์ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น
18. มะนาวเป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
19. หัวหอมประกอบไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งหลายชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรค เบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่
20. สาหร่ายเป็นพืชสีเขียวในทะเลที่หลายคนมองข้าม คุณประโยชน์ แต่จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552
วิธีพิจารณาน้ำนมมารดาที่ดี

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552
เรื่องแปลกในพระไตรปิฎก (กลืนน้ำอสุจิติดจีวร)

“ห้ามใช้นางภิกษุณีซักผ้า เนื่องจากเมื่อพระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม อดีตภริยาของพระอุทายีเข้ามาบวชเป็นภิกษุณี รับอาสาซักผ้าของพระอุทายี ซึ่งมีน้ำอสุจิเปรอะใหม่ๆ นางได้นำน้ำอสุจินั้นส่วนหนึ่งเข้าปาก ส่วนหนึ่งใส่ไปในองค์กำเนิด เกิดตั้งครรภ์ขึ้น จึงทรงบัญญัติสิกขาบท ห้ามใช้นางภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ (คือไม่เกี่ยวเนื่องทางสายโลหิต)ซัก ย้อม หรือทุบจีวรเก่า(คือที่นุ่งหรือห่มแล้วแม้คราวเดียว)ทรงปรับอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด”
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าการที่นำน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาแล้วนั้นใส่ในอวัยวะเพศหญิงจะสามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ต้องฝากถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยนะครับ
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
อาหารเพิ่มสมรรถภาพทางเพศสำหรับสุภาพบุรุษ

ทำตัวอย่างไรให้เหมาะสมกับการเป็นเกย์ (อ่านต่อมาอีกทอดหนึ่ง)

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วัดโรงวาสและวัดสระเกษ ที่สงขลา
เรื่องราวในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากมาย เกิดขึ้นเมื่อไปหาภาพประกอบบทความเรื่อง "เที่ยวตลาดนัดวันอาทิตย์ จังหวัดสงขลา" ซึ่งบริเวณข้างเคียงก็เป็นที่ตั้งของวัดโบราณอยู่ ๒-๓วัด แต่ที่เก็บภาพมาให้ชมคือ "วัดโรงวาส" ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลสงขลาเก่า เป็นวัดเล็กๆที่ถูกห้อมล้อมด้วยสภาพชุมชนแออัด แต่ยังคงมองเห็นความรุ่งเรืองที่แสนจะโรยราซ่อนอยู่ภายใน น่าจะมีการบูรณะให้ดีกว่านี้
มีเรื่องชวนขนลุกในภาพนี้ เมื่อไปถ่ายกองของวัตถุบูชาที่ชำรุดซึ่งชาวบ้านนำมากองไว้โคนต้นโพใหญ่ ขณะที่กำลังจะกดวัตเตอร์ก็บังเกิดลมใหญ่พัดมาชวนขนลุกยิ่งนัก อาจจะเป็นเพราะไปถ่ายรูปแล้วไม่ได้ขอเขาถ่าย ปรากฏว่าสัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์ เจอแต่เรื่องซวยๆตลอดเลย ของแบบนี้ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ครับวิวัฒนาการของชุดชั้นในชาย





