ค้นหารายละเอียดเพิ่มเติม...ที่นี่

Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โหราศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โหราศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ไฝตรงไหน แปลว่าอะไร ลักษณะไฝปานในร่างกายชาย-หญิง


1. บนศีรษะ ดีมีลาภลอย
2.
หน้าผาก ใจกุศล ดาวพลูโต มีศิลธรรมดี ชอบสะสม และมีญาณหยั่งรู้
3.
ขมับขวา เม็ดนูน จะเป็นคนกำพร้า จะดีเมื่อโตขึ้น จะเป็นคนดีมีคนอุปถัมภ์เลี้ยงดู มีเพื่อนฝูงช่วย เหลือ
4.
ขมับซ้าย เมื้อน้อยได้รับการเลี้ยงดูดี เติบใหญ่จะลำบาก
5.
แสกหน้า รักอิสระ คู่สมรสอายุสูงกว่า หญิงชอบตลกคะนอง มีปัญญาทันคน
6.
ขมับ ดาวเกตุ วาสนาดี มีผู้อุปถัมภ์
7.
ชายผมก้านคอ ชอบละเอียดอ่อน ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย นิสัย อ่อน โยน ไม่ชอบสังคม
8.
คิ้วขวา มีเสน่ห์ รักสวยรักงาม เป็นที่ถูกตาต้องใจของต่างเพศ เจรจาพาทีไพเราะถ้าอยู่หัวคิ้วมี อารมณ์ทางเพศรุนแรง ปลายคิ้วจะขี้อาย
9.
คิ้วซ้าย เจ้าอารมณ์ เจ้าทุกข์ ถ้าอยู่หัวคิ้ว ดีมีความคิดในทางค้าขาย เป็นนักธุรกิจติดต่อสังคมเก่งทันคน หางคิ้วจะมีโอกาสรวยได้มาก แต่ใช้เงินเก่ง เลี่ยงกฎหมายฉวยโอกาสกระทำผิด
10.
ก้านคอด้านหลัง ถึงมีเงินมีทอง แต่มักจะอาภัพ เป็นโรคทางระบบสมอง

11.
ขมับขวา มีหัวคิดริเริ่มดี มีแต่ทางก้าวหน้าร่ำรวย ทำราชการดี แต่ระวังจะต้องรับภาระหนักจนเกิน ไปโรคภัยทางสมองจะเบียดเบียนได้
12.
ขมับซ้าย เจ้าความคิดสำหรับคนอื่น ทำคุณกับใครไม่ขึ้น มีอาชีพการงานแน่นอน
13.
เปลือกตาขวา เป็นชายจะไม่สมหวังเกี่ยวกับความรัก หากเป็นหญิง มักมีชายมาอุปการะ แต่มักมาก ทางกามคุณ มีกุสโลบายทางเพศ
14.
เปลือกตาซ้าย มักมีลาภทางการเงิน และงานจากเพศตรงข้าม ปากว่ามือถึง ไวไฟ หากเป็นหญิงมักเป็นหม้าย
15.
หางตาขวา หรือร่องน้ำตา ชอบสนุกสนาน มีคู่ได้ไม่นานจีรังยังยืน เงินทองไม่ขาดมือ
16.
สะบักหลังทั้งขวาซ้าย ชอบทดลองสงสัยเกี่ยวกับกามารมณ์ตลอดเวลา มีเสน่ห์ในตัวเอง มักมีคน อุปการะ ชอบสนุกสนานร่าเริง ชีวิตมีทั้งดี และ เสียปนกันไป ซ้ายจะดีกว่าขวา
17.
ใต้ขอบตาขวา เป็นคนเจ้าเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของเพศตรงข้าม แม้ยิ้มแย้มได้ในยามที่ตัวเองระทมทุกข์ ขี้บ่น เจ้าอารมณ์ ไม่จริงใจกับใคร
18.
ใต้ขอบตาซ้าย เป็นคนอารมณ์ดี เปิดเผย ขวานผ่าซาก มีศัตรู หาคนไว้ใจ ยาก
19.
ดั้งจมูก เป็นคนโชคดี วาสนาชะตาสูง สติปัญญาดีเอาตัวรอดได้ ทำธุรกิจก้าวหน้า มีคุณธรรม
20.
ปลายจมูก มีความสมบูรณ์ จะมีคู่หลายคนร่าเริง รักสวยงามเป็นเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เป็นนักรัก

21.
ข้างจมูกขวา วาสนาดี มีความเพียร มีสติปัญญาหลักแหลม ชีวิตราบรื่น
22.
ข้างจมูกซ้าย มีโภคทรัพย์ ได้รับมรดก รักความสงบ มีศีลธรรมประจำใจ มีโชคลาภเสมอ
23.
แก้มขวา ,มีวาสนาดี จะไม่ยากจน เป็นครูอาจารย์ มีผู้นับถือมาก
24.
แก้มซ้าย วาสนาดี แต่ค่อนข้างเจ้าชู้ มักมีความคิดเห็นแหวกแนว จะได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่
25.
โหนกแก้มขวา จะมีนิสัยเห็นแก่ตัว มักเอาเปรียบคนในทางทุจริต ประกอบมิจฉาชีพ ควรทำลายเสีย
26.
โหนกแก้มซ้าย มีผู้อุปถัมภ์คำชู ใจกว้างชอบทำบุญ
27.
ข้างหูขวา หน้า จะเป็นคนเจ้าปัญญา เลี้ยงตัวได้ แต่ไม่รวยเพราะกินอุดมคติมากไป
28.
ข้างหูซ้าย หน้า เป็นนักธุรกิจที่ก้าวหน้า มองการ์ณไกล
29.
ข้างหูขวาด้านหลัง เย่อหยิ่ง เชื่อความสามารถตนเองมากไป มักมีศัตรู
30.
ข้างหูซ้ายด้านหลัง จะเป็นคนหันหลังให้สังคม ร่ำรวยหลายครั้งและตกต่ำหลายหน เจ้าอารมณ์หึงหวง เอาแต่ใจตนเอง

31.
ริมฝีปากล่าง ไม่ดี โมโหร้าย ปากร้าย แสนงอน ชอบทะเลาะ สร้างความเดือดร้อน อยู่สันโดษจะมีสุข
32.
หู มีมานะอดทน ปฏิภาณว่องไว มักใจคอโลเล แก่ตัวจะสบาย ชอบหนังสือ เป็นนักเจรจา
33.
บ่าขวา ใจคอเด็ดขาด มานะอดทน วัยกลายคนชีวิตจะดีกว่าเยาว์วัย
34.
บ่าซ้าย โมโหร้าย ลำบากแต่เล็ก สูงอายุจะมีผู้อุปการะ ใจคอไม่แน่นอนมักเป็นหม้าย
35.
กลางหลัง นิสัยเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงาน โง่ แต่อวดดี
36.
แขนซ้าย มักมีผู้อุปการะ ชอบของโบราณ มักยุ่งเสมอ หาความสุขยาก
37.
แขนขวา กล้าหาญ ขอบเผชิญภัย ทำจริงมีโชคอยู่เสมอ
38.
ข้อมือ พูดจริง เหนื่อย หากินไม่ค่อยพอ มีกามารมณ์รุนแรง มักมีคู่ หลายคน
39.
ฝ่ามือ จะมีชื่อเสียง ขอบสมาคม ปัญญาดี
40.
ง่ามมือ ปัญญาดี ใจบุญ มีความสุขตลอดชีวิต ถ้านิ้วขวา ดีกว่านิ้วซ้าย

41.
นิ้วมือ อายุน้อยจะลำบาก สูงอายุจะมีชื่อเสียงปัญญาดี หาทรัพย์ได้ง่ายแต่งงานแล้วจะมีความสุขสบาย
42.
หน้าอก ขอบสมาคมวาสนาดี มักคิดฝัน เป็นนักแสดงดี ชีวิตสมรสมักติดขัด
43.
หัวใจ เมื่อเด็กลำบาก เป็นผู้ใหญ่ จะมีหลักฐาน ใจนักเลง อนาคตจะสุข สบาย คู่สมรสมีฐานะดี อาชีพค้าขายดี
44.
ฐานนมทั้ง 2 ข้าง มักสุรุ่ยสุร่าย ใจอ่อนสมรสแล้วเลี้ยงลูกไม่ค่อยรอด โง่เขลา อายุเลย 30 ปีขึ้น ไปจะสุขสบายบ้าง
45.
ฐานนมข้างซ้าย ขอบการศึกษา หาความสงบ ชอบค้นคว้า จะได้ลาภจากผู้ใหญ่ อย่าเกี่ยวข้องกับ หญิงจะเดือดร้อนวาสนาดี หลักฐานมั่นคง จะอุดมไปด้วย สมบัติ
46.
ฐานนมข้างขวา สติปัญญาน้อย เอาแต่ใจตน เห็นแก่ตัว มักตกยาก การงานออกกำลังจึงได้ผล
47.
สีข้างซ้าย โกรธง่าย ขอบเพศตรงข้าม มีเล่ห์เหลี่ยม อาชีพค้าขายดี
48.
สีข้างขวา อดทนรักสงบ ศัตรูสูงอายุกว่า ใจรวนเรหาความแน่นอนยาก มักลำบากแต่เล็ก
49.
บั้นเอวซ้าย ปากร้าย ใจดี จะมีเกียรติชื่อเสียง แก่ตัวจะสบาย อาชีพค้าขายดีเป็นนักรัก
50.
บั้นเอวขวา ซื่อสัตย์ กำพร้าแต่เด็ก มักลำบาก ชอบทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกั บูชาความรัก

51.
บั้นเอวซ้าย ปากร้าย ใจดี จะมีเกียรติชื่อเสียง แก่ตัวจะสบาย อาชีพค้าขายดี เป็นนักรัก
52.
กลางท้อง ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ มักเดือดร้อนทางการเงิน สมาคมยากไร้ความอายเรื่องการกิน
53.
กระเพาะอาหาร ชอบสนุกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ค้าขายจะร่ำรวย
54.
สะดือ มีมานะ ฉลาดสุขุม มีผู้อุปถัมภ์ในการเงิน รักสวยรักงาม ขี้หึง อาชีพการช่างดี เป็นศิลปินดี ถ้าต่ำกว่าสะดือ จะเป็นศิลปิน
55.
ท้องน้อย มีโชคลาภอยู่เสมอ รับราชการจะมีต่ำแหน่งสูง มักได้ลาภจากเพศตรงข้าม คู่สมรสตระกูลสูง
56.
ขาหนีบ ใกล้ของลับ ชอบสวยงาม ยั่วยวนเก่ง ชีวิตจะสบายมีเกียรติและชื่อเสียง
57.
เนินสวรรค์ รักสวยรักงาม วัยรุ่นสาวจะเสียพรหมจรรย์ จะสมรสหลายครั้ง ชีวิตสมรสมักไม่แน่นอน ค้าขายดี
58.
โคนลึงค์ หรือลูกอัณฑะ ใจหนักแน่นชอบศิลปะ ทำงานดี จะตั้งหลักฐานได้
59.
ลูกอัณฑะ เย่อหยิ่งจองหอง ทำการค้าดีจะมีชื่อเสียง
60.
สะโพก วาสนาดี ยิ่งสูงอายุจะมั่นคง มักใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รักสวยรักงาม แก่ตัวจะลำบาก

61.
ก้น ชอบสมาคม ทะเยอทะยาน มีโชคลาภเสมอ มักร่ำรวย หยิบหย่ง ขาดความอดทน ชอบการพนัน
62.
โคนขา ขันแข็งในการงาน อายุเบญจเพศจะเดือดร้อน จะพบลาภใหญ่ถึง 3 ครั้งฐานะดี ชอบเที่ยว มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ปัญญาดี ชอบบุญกุศล
63.
หน้าขา อ่อนน้อม ใจนักเลง มีคู่มาก จะมีโชคจากผู้ใหญ่
64.
หัวเข่า มีปัญญาถี่ถ้วน ชอบเผชิญภัย มักใช้จ่ายมากเก็บเงินไม่อยู่ อาชีพค้าขายดี หากินเก่ง
65.
สันหน้าแข้ง ชอบเที่ยว ใจนักเลง อาชีพเด่นทางเสี่ยงโชค ระวังจะเป็น โจร กามารมณ์รุนแรง ความรักไม่แน่นอน มีความสุขเมื่อแก่
66.
หลังเท้าซ้าย ชอบพเนจรอยู่ไม่ติดที่มักมีทุกข์ จะได้คู่ต่างภาษา หญิงจะอาภัพ
67.
หลังเท้าขวา มีความพากเพียร ชอบศิลปวิทยา ไม่ชอบอยู่กับที่ อยู่ที่ใดไม่ถาวร จะได้สมบัติจากผู้ ใหญ่อาชีพเคลื่อนที่ดีที่สุด อาชีพค้าขายดี ภายหน้าจะเป็นที่พึ่งแก่ตนเอง

อ้างอิงจากเว็บธรรมะสวัสดีนะครับ ลองเอาไปทายดูว่าแม่นจริงป่ะ

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552

วันเม็ง (การเรียกชื่อวันอย่างมอญ)


จากหนังสือ “ลิลิตทักษาพยากรณ์” พระนิพนธ์ในสมเด็จฯกรมหลวงพิทักษ์มนตรี ในส่วนของ “คำอธิบายเฉลิมลิลิต”ของ หลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต ได้กล่าวถึงเรื่องการเรียกชื่อวันทั้งเจ็ดอย่างมอญว่า

“.......อีกอย่างหนึ่งเรื่องวันเม็งนี้นายฉ่ำ ทองคำวรรณ พนักงานหอสมุดกรมศิลปากร ว่าได้พบในสมุดข่อยเล่มหนึ่งและได้คัดสำเนาไว้ดังต่อไปนี้

ทีนี้จะบอกวันเม็งวันไทยแล

วัน ๑ (วันอาทิตย์) ได้วัน ไจ๊

วัน ๒ (วันจันทร์) ได้วัน ยี่

วัน ๓ (วันอังคาร) ได้วัน สัน

วัน ๔ (วันพุธ) ได้วัน เล้า

วัน ๕ (วันพฤหัสบดี) ได้วัน เมง

วัน ๖ (วันศุกร์) ได้วัน สี

วัน ๗ (วันเสาร์ ได้วัน ซง้า

ชื่อว่าด้วยวันเม็งแล”

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552

ดูดวงอย่างไรจึงจะไม่ถือว่างมงาย




จะถือว่าเป็นความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ พรแสวงในการเรียนของผมก็บอกไม่ได้ แต่ด้วยความถือคติว่า “ถ้าอยากรู้อะไร ก็ให้ศึกษาด้วยตัวเอง” แต่ผมก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งว่า “ถ้าไม่อยากรู้อะไร ก็จะไม่รับรู้เรื่องนั้นเลย” ซึ่งข้อเสียนี้มีหลายคนที่ตำหนิผมมาว่าค่อนข้างจะเป็นคนที่ปิดกั้นตัวเองจากนานาศาสตร์

หลายคนมักจะคิดว่าการดูดวงชะตาที่น่าเชื่อถือนั้นจะต้องดูดวงกับคนเฒ่าคนแก่ ที่ดูทรงภูมิลึกลับน่าเกรงขาม นุ่งขาวห่มขาว อย่างที่เรามักจะจินตนาการเหมือนในละครเกือบจะทุกเรื่อง

ในความเป็นจริงในกลุ่มของคนธรรมดาด้วยกันนั้นก็มีคนที่มีพลังแฝงในเรื่องของการพยากรณ์ซุกซ่อนอยู่ใกล้ๆตัว อยู่ที่ว่าเราจะให้ความเชื่อถือเขามากน้อยเพียงใด บางคนไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าตัวเองมีความสามารถลึกลับแฝงตัวอยู่ หากได้รับการฝึกฝนก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มพลังมากขึ้น แต่บางคนก็ปฏิเสธจนทำให้ความสามารถพิเศษนี้หดหายไป

เคยเขียนบทความหลายๆเรื่องที่กล่าวถึงเรื่องสิ่งเร้นลับที่ผมได้ประสบมาตั้งแต่ยังเด็ก และได้คลุกคลีกับผู้คนที่มีความสามารถพิเศษในด้านนี้มามาก เช่น

ย่าของผมมีความสามารถพิเศษในการดูคู่ครอง สมัยก่อนถ้าเกิดว่าบรรดาลูกหลานใกล้ชิดจะแต่งงาน ต้องมาให้ย่าของผมดูก่อนว่าจะอยู่กันยืดหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ย่าผมก็จะไม่ขัดอะไรหรอก แต่จะบอกผมทีหลังว่า “คู่นี้อยู่กันได้ไม่นานหรอก” และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

น้องชายของผมศึกษาในเรื่องของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ค่อนข้างจะอ่อนไหวในเรื่องของเทพเจ้าข้างจีนอย่างยิ่ง บางครั้งเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่ถูกต้องตามหลักการแล้วก็จะมีอาการแปลกๆเกิดขึ้นเสมอ

จำได้ว่าเราสองคนไปเดินเที่ยวดูสินค้าที่ตลาดไฟฉายรอบสนามหลวง เมื่อเดินผ่านร้านค้าร้านหนึ่งแล้ว เราทั้งคู่ได้กลิ่นกำยานหอมฟุ้งแต่พอเดินผ่านบริเวณนั้นกลิ่นหอมก็หายไปเลย เราลองทดสอบเดินไปเดินมาก็สัมผัสได้ว่า กลิ่นนั้นจะหอมอยู่เฉพาะบริเวณหน้าร้านนั้นที่เดียว เราเลยลองเข้าไปดูก็ปรากฏว่าเป็นแผงขายของเก่าแล้วมีพระเครื่องปะปนอยู่ ที่น้องผมสัมผัสได้ก็คือ จี้เล็กๆรูปเจ้าแม่กวนอิมนั่นเอง (ก็เลยซื้อมาขึ้นหิ้งไว้เสีย)

ส่วนตัวผมเองไม่รู้ว่ามีแรงบันดาลใจอะไรเหมือนกัน จำได้ว่าตอนอยู่ ป.๔ เดินผ่านร้านหนังสือแล้วเห็น “ตำราพรหมชาติ” ก็รบเร้าจะให้ปู่ซื้อ แต่ท่านก็ไม่ได้ซื้อให้ ผมเก็บเงินซื้อเองในราคาเล่มละ ๒๐๐ บาท (เมื่อพ.ศ.๒๕๓๗) จากนั้นผมก็ศึกษาโหราศาสตร์หลายๆแขนงไม่ว่าจะเป็นไพ่ยิปซี ดูดวงแบบจีน และอีกสารพัด แต่ที่คิดว่าน่าจะถนัดที่สุดก็คือการดูดวงแบบเลข ๗ ตัว

ไม่น่าเชื่อว่าแค่เลข ๐-๙ จะสามารถไขกุญแจดวงชะตาของมนุษย์ได้ หลายคนที่ไปดูดวงมักจะหวังว่าตนเองจะได้รับคำตอบที่ดีๆ วิธีแก้ไขและป้องกันที่จะทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโอกาสให้หมอดูที่ไม่มีจรรยาบรรณหลายๆคนหลอกลวงเอาเงินจากลูกค้าไปนักต่อนักแล้ว ทำให้แวดวงของนักพยากรณ์อย่างเราพลอยอับเฉาไปด้วย

ยกตัวอย่างง่ายๆจากหมอดูที่ออกมาเผยดวงชะตาของคนในวงการบันเทิงนั้น เขาลืมไปแล้วหรือไรว่ากฎข้อหนึ่งของหมอดูคือ “จะไม่เปิดเผยดวงชะตาของลูกค้าให้บุคคลอื่นๆรับทราบเด็ดขาด”

แล้วดูดวงอย่างไรจึงจะไม่ถือว่า “งมงาย”ล่ะ

- ให้หมอดูอ่านดวงชะตาของเราให้จบก่อนแล้วจึงค่อยพูด บางครั้งสิ่งที่หมอดูพูดก็คือการอ่านจากสีหน้าและคำพูดของลูกค้านั่นเอง

- ไม่มีใครสามารถจะเปลี่ยนแปลงดวงชะตาได้ อย่าเสียเงินไปกับการสะเดาะเคราะห์เลย ให้หมั่นทำบุญสร้างกุศลจะดีกว่า

- ฟังหูไว้หู แต่ถ้าหมอดูทักอะไรก็ให้ระมัดระวังในเรื่องนั้นเป็นพิเศษจะดีกว่า การรู้อะไรล่วงหน้าหมดทุกอย่างแล้วชีวิตจะสนุกอะไรล่ะ

- ความแม่นในการทำนายนั้นมีแค่ ๗๕ % เท่านั้น นอกจากว่าจะใช้การพยากรณ์โดยพลังจิตหรือการประทับทรงจะเพิ่มความแม่นยำ แต่ก็ต้องตรวจสอบดูให้ดีว่าเป็นของจริงแน่หรือไม่

- ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ชีวิตของเราเป็นผู้เลือก หลายคนมาถามเรื่องของเนื้อคู่ผมก็บอกไปว่า อยู่ที่เราเลือกเอง ดวงชะตาเป็นแต่เพียงคำเตือนและแนวทางเท่านั้น

บทความในลักษณะนี้อาจจะผ่านหูผ่านตาท่านมาบ้าง แต่ในฐานะของนักพยากรณ์ก็อยากจะมาแนะนำสำหรับผู้ที่ชอบดูดวงกันนะครับ เขาจะได้ไม่หาว่า “งมงาย”

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2552

การทำสังฆทานตามวันเกิด จากธรรมสวัสดี


โดย อ . ฐานะวัตร


การทำสังฆทานซึ่งจะกระทำได้นั้นตามพุทธบัญญัติกล่าวนั้นต้องมีพระภิกษุ 4 รูปขึ้นไป จึงกระทำสังฆทานได้ ถ้าวัดนั้นมีไม่ถึงเราจะเรียกว่าถวายไทยธรรม มักจะมีคนถามเรื่องการถวายสังฆทานว่าทำอย่างไร หรือต้องเตรียมอะไรไปถวายพระด้วย จึงจะเหมาะสมกับตัวเรา ตามยุคตามสมัย ผู้เขียนจึงอยากจะแนะนำดังนี้


ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ท่านที่เกิดวันอาทิตย์ ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวสารอาหารแห้ง เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องกระป๋อง อาหารกระป๋อง เช่น ผักกาดดอง ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋องฯลฯ เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม รองเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางถวายเนตร 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 6 บาท เช่น 116 , 126 , 226 เป็นต้น ท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันพฤหัสบดี


ผู้ที่เกิดวันจันทร์ท่านที่เกิดวันจันทร์ ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวหอมมะลิ กะปิ น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ แกงกระป๋อง ปลากระป๋อง แตงกวากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม รองเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางห้ามญาติ 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 15 บาท เช่น 115 , 215 , 515 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันพุธ


ผู้ที่เกิดวันอังคารท่านที่เกิดวันอังคาร ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวหอมมะลิ กะปิ น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ แกงกระป๋อง ปลากระป๋อง แตงกวากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม รองเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางห้ามไสยญาติ 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 8 บาท เช่น 18 , 218 , 318 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันศุกร์


ผู้ที่เกิดวันพุธท่านที่เกิดวันพุธ ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวกล้อง น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ แกงกระป๋อง ปลากระป๋อง แตงกวากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม ผ้าเช็ดเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 17 บาท เช่น 117 , 217 , 517 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันจันทร์


ผู้ที่เกิดวันพฤหัสท่านที่เกิดวันพฤหัส ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวกล้อง น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ ใจผักกระป๋อง ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม ผ้าเช็ดเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางสมาธิ 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 19 บาท เช่น 19 , 119 , 219 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันอาทิตย์


ผู้ที่เกิดวันศุกร์ท่านที่เกิดวันศุกร์ ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวกล้อง น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ ใจผักกระป๋อง ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม ผ้าเช็ดเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางถวายเนตร 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 21 บาท เช่น 21 , 121 , 521 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันอังคาร


ผู้ที่เกิดวันเสาร์ท่านที่เกิดวันเสาร์ ท่านควรเตรียมเครื่องสังฆทานดังนี้ เครื่องบริโภคได้แก่ ข้าวกล้อง น้ำปลา เกลือ น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนกับข้าว ได้แก่ ใจผักกระป๋อง ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง ฯลฯ เครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เพื่อเป็นน้ำปาณะ ส่วนเครื่องอุปโภค ได้แก่ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดหน้า หนังสือสวดมนต์ ร่ม ผ้าเช็ดเท้า ดอกไม้ธูปเทียน พระพุทธรูปปางนาคปรก 1 องค์ เงินใส่ซองตามศรัทธา ลงด้วย เศษ 21 บาท เช่น 21 , 121 , 521 เป็นต้นท่านก็จะได้อานิสงค์เต็มเปี่ยม จะส่งบุญกุศลอย่างแรงตามจิตอธิษฐานในทุก ๆ ด้าน ควรทำในวันพุธ กลางคืน

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ลิลิตทักษาพยากรณ์ พระนิพนธ์ในสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี


ช่วงนี้ที่ มอ. จัดงานสัปดาห์หนังสือเลยได้มีโอกาสไปตระเวนล่าหนังสือเก่าในราคาประหยัดแต่คุ้มด้วยคุณค่า หนึ่งในจำนวนหนังสือที่ตกมาอยู่ในความครอบครองของผมก็คือ “หนังสือลิลิตทักษาพยากรณ์ พระนิพนธ์ใน สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี” ซึ่งทางหอสมุดแห่งชาติมีต้นฉบับเป็นสมุดไทยขาวและสมุดไทยดำ ต่อมาหลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต (วิเชียร จันทร์หอม)ซึ่งเป็นผู้สนใจในวิชาโหราศาสตร์ได้มาขออนุญาตคัดลอกเพื่อนำไปชำระสอบทานกับฉบับที่ท่านมีไว้ในครอบครองและได้ทำคำอธิบายเฉลิมลิลิตเพิ่มเติม แล้วจัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑

ลิลิตเล่มนี้เป็นหนังสือที่พรรณนาหลักวิชาพยากรณ์ตามคัมภีร์ทักษาพยากรณ์ ท่านผู้ลิลิตได้พยายามร้อยกรองหลักวิชาและคำพยากรณ์ตามต้นตำรับทักษาพยากรณ์เดิม

ในลิลิตนี้จำแนกตามส่วนแห่งการพยากรณ์ออกเป็น ๓ ส่วนดังนี้

๑. นามชาติทักษา ซึ่งกล่าวถึงการพยากรณ์ชาติกำเนิด เรียกชาติทักษาอย่างหนึ่ง และกล่าวถึงนามคือ อันดับที่เท่าใดแห่งหญิงและชายที่เกิดร่วมครรภ์มารดาและบิดาเดียวกัน กับนามคือชื่อที่แต่งตั้งให้แก่บุคคล เรียกนามทักษาอีกอย่างหนึ่ง

ตัวอย่างคำประพันธ์เช่น นามอันเกิดแต่กรรมฝ่ายชาย

“.............เขาหากปันชื่ออ้าย และจึงได้นามหนึ่ง ผู้ซึ่งเรียงรองมา รับฉายาชื่อญี่ ได้นามที่ส่วนสอง ผู้รองสองชื่อสาม ได้นามสามที่นั้น ผู้หลั่นสามชื่อไส ก็ได้ในนามสี่ ถัดที่สี่ชื่องัว ได้นามชัวที่ห้า ถัดท่าห้าชื่อหก ได้นามหกซิหนา ผู้ถัดว่าชื่อเจ็ด ได้นาเขบ็จเจ็ดเล่า ผู้ต่อเข้าชื่อแปด เป็นนามแปดดั่งนั้น ผู้เรียงหั้นแห่งเก้า กลับเข้าเป็นหนึ่ง ผู้เกิดขึ้นเป็นสิบ หยิบเอาเป็นนามหนึ่ง สิ้นซินะ...”

๒.ประวัติทักษา กล่าวถึงการพยากรณ์ปัจจุบัน คือทำนายเหตุการณ์ตามความหมุนเวียน หรือการโคจรของดาวเคราะห์ภายหลังกำเนิด (เรียก “ปัจจุบันทักษา”ก็มี)

ตัวอย่างคำประพันธ์ เช่น

“...............ผิจะกล่าวกลวิธีใด โดยคดีโหรทั้งหลาย ทักทายทุกข์สุขลาภ เป็นสุภาพพิปริต ในทิศทักษา ภูมิพยากรณัง จึงให้ตั้งชีพโหรา เอานพาภูมิหาร เศษนับวารเกิดก็ดี หนึ่งนับปีเกิดก็ได้ ให้นับไปแต่นั้นมา เวียนวงขวาทักษิณวัฏฏ์ ถัดอิสานลัดเข้าไป ภูมิในแต้มตากลาง ล่วงออกทางบูรพาทิศ สิ้นเสร็จกิจกาไว้ ภูมินั้นไซร้ที่หมาย ทายโทษทุกข์สุขา ในตีนกานั้นก่อน .............”

๓.จุกทักษา กล่าวถึงลักษณะสงพงศ์ซึ่งหญิงชายผู้จะทำการสมรส จะพึงอยู่ร่วมกันดีและไม่ดี

ตัวอย่างคำประพันธ์ เช่น

“ครุฑกับอัช

ครุฑแพะสังวาสชู้.................................ภิรมย์สม

เป็นแต่มัธยม........................................หนึ่งน้อ

ถ้าศรีตนุถม...........................................ทับลัคน์

ก็ประเสริฐเลิศฟ้อ.................................เฟื่องฟุ้งบำรุงสมาน”

มีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีแถมพกให้ว่า พระองค์ทรงมีสมญาว่า “นายโรงระบำ” ดังปรากฏในหนังสือเล่มนี้ว่า

“ทักษาพยากรณ์นี้..............................เรียมรบาย

ระบุขยายสายศิลป์.............................สืบไว้

คือเนาว์สุวรรณ์นาย...........................โรงระบำ...นี้ฤๅ

พิทักษมนตรีไซร้...............................เสด็จฟ้ากรมหลวง”

เนื่องจาก เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องใดแล้ว พระราชทานไปให้สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีคิดวิธีรำนำบท บางทีบทใดรำขัดข้องต้องแก้บทเข้าหาวิธีรำก็มี สมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีเป็นผู้คิดท่ารำให้เข้ากับบท กล่าวกันว่า เอาพระฉายมาตั้งและทรงประดิษฐ์ท่ารำโดยกระบวนที่ดูเงาในพระฉาย เมื่อยังมีละครข้างใน แม้ในสมัยรัชกาลที่๔-๕ เวลาไหว้ครูละครก็ยังนบไหว้ออกพระนามพระองค์ไว้ด้วย

ผลงานอีกชิ้นที่ยังฝากฝีมือไว้ในแผ่นดินและเราคงผ่านสายตาเมื่อคราวงานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คือ เกรินบันไดนาคอันเป็นเครื่องชะลอพระโกศขึ้นบนพระมหาพิชัยราชรถ พระองค์ก็ทรงเป็นผู้คิดประดิษฐ์ขึ้นมานั่นเอง

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ขั้นตอนและพิธีการเปิดร้าน/สำนักงานใหม่อย่างมีสิริมงคล


ก่อนได้ฤกษ์ เปิดร้านค้าใหม่ให้ดับไฟในร้านให้ทุกคนออกนอกร้าน รวมตัวกันที่หน้าร้าน สำนักงาน
เมื่อได้ ฤกษ์เปิดร้านให้ประธานเดินเข้าอาคารใหม่ จัดตั้งองค์พระ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ อื่น ๆ เพื่อให้ท่านช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษา ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า ค้าขายดี


ในทางปฏิบัติ เราควรกำหนดจุดตั้ง และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้าเพื่อสะดวกในวันทำพิธี เปิดร้านใหม่ และจะได้ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จทันในฤกษ์ ขึ้นบ้านใหม่


*** ไม่แนะนำเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะน่าเกรงขามมาก เช่น องค์กวนอูขี่ม้าศึกถือง้าว ฯลฯ ยกเว้น เป็นทางสามแพร่ง หากต้องการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ามาก่อน ให้ใส่กล่องทึบและวางไว้โต๊ะกลางร้าน เพื่อจะได้ไม่เกี่ยวข้องกับทิศทาง และหากอัญเชิญมาจากที่ร้านเก่าต้องดูฤกษ์อัญเชิญลงจัดของไหว้ถวาย ( ตามแต่ประเพณี / ความนิยมของบุคคล ) ดีที่สุด ควรเป็นผลไม้ 5 อย่าง ( ครบ 5 ธาตุ - ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ )ไม่ควรเป็นเนื้อสัตว์ เพราะเท่ากับเบียดเบียนชีวิตอื่นวันแรกให้จุดธูปจริง เทียนจริง เพื่อให้เกิดควัน ( ควันเป็นสื่อถึงแสดงออก ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเชิญได้รับรู้ ) และขอพร ( อย่าขอหลายอย่าง ให้ขอเท่าที่สำคัญและจำเป็น )


Tip เคล็ดลับ : ฝ่ายชาย ให้ขอ การค้าเจริญรุ่งเรืองฝ่ายหญิง ให้ขอ ลูกน้องบริวารดีเปิดใช้ microwave คือการเริ่มต้นอยู่กิน และหมายถึงมีกินมีใช้( ในสมัยโบราณจะใช้วิธีการถือ เตาถ่าน เปิดสำนักงาน แต่ปัจจุบันสามารถใช้วิธีนี้แทน )แนะนำ ต้มขนมอี๋ เพื่อเป็นสิริมงคลนั่งโต๊ะทำงาน ทำงานพอเป็นพิธี หมายถึง ค้าขายดี คนจีนบางกลุ่ม จะปิดการขายให้ได้อย่างน้อยหนึ่งราย ถือเป็นเคล็ดนำโชค บุคคลที่ถูกปะทะในฤกษ์ที่กำหนด ให้เดินตามหลัง ( อย่าเป็นผู้เดินนำหน้า หรือเป็นผู้ประกอบพิธี )หากที่ร้านทิ้งช่วงทำบุญมามากกว่า 1 ปี ควรดูฤกษใหม่ แต่หากทำต่อเนื่องทุกปีไม่ต้องดูฤกษ์


Tip เคล็ดลับ : แนะนำจัดถวายกฐินหรือผ้าป่าปีละครั้ง เท่ากับได้ทำบุญกันทุกคนทั้งออฟฟิศ ฤกษ์เปิดร้านค้า สามารถแบ่งออกเป็น


ขั้นตอนแรก ฤกษ์ภายใน ( ฤกษ์ตาม ระบบฮวงจุ้ย ) คือวันตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ( จัดทำกันเอง ไม่ต้องเชิญแขก )( เพราะฤกษ์ที่ได้ อาจไม่สะดวกกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เป็นวันหยุด )


ขั้นตอนที่สอง ฤกษ์ภายนอก ( ฤกษ์สะดวก ) คือวันเปิดร้านค้าขาย ให้เป็นวันที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ฤกษ์ภายในและภายนอก อาจเป็นวันเดียวกัน หรือฤกษ์เดียวกันได้


การกระตุ้นโชคลาภในฤกษ์ เปิดร้านค้าใหม่ สามารถกระตุ้นโชคลาภได้โดยการจุดประทัดต่อเนื่องกันอย่างน้อย 3 นัด ( หมายถึงโด่งดังอย่างต่อเนื่อง ) ในกรณีที่ไม่สามารถจุดประทัดได้ สามารถใช้ลูกโป่งหลายใบ แล้วทำให้แตกแทน ( มีเสียงดัง )

*** ต้องดูฤกษ์ และต้องคำนวณทิศจุดประทัดด้วย เหมาะกับฤกษ์เปิดทรัพย์ 4 ทิศ***


และข้อสำคัญผู้ที่ประกอบพิธีในการเปิดประตูร้านค้า ผู้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และผู้จุดประทัดอาจจะไม่ใช่เจ้าของร้านก็ได้ ควรเลือกบุคคลที่มีประวัติหน้าที่การงานดี ทำธุรกิจประสบความสำเร็จมาเป็นประธานก็ได้ อันนี้ต้องปรึกษากับผู้รู้อีกครั้งหนึ่งก่อน เพราะในบางครั้งดวงชะตาของผู้ทำพิธีอาจจะชงกันก็ได้ และที่สำคัญต้องพูดแต่คำที่เป็นสิริมงคลเท่านั้น คำว่า "เจ๊ง" "จน" "ซวย" อะไรๆที่ไม่ดีกับธุรกิจห้ามพูดโดยเด็ดขาด

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เปิดเอกสารลับ เซอร์ไอแซค นิวตัน พยากรณ์"วันสิ้นโลก!"


หลายสิ่งหลายอย่างที่ยอดอัจฉริยะนักวิทยาศาสตร์โลก "เซอร์ไอแซค นิวตัน" คิดและพูดเอาไว้ล้วนเป็นความจริง พิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีชื่อเข้าใจยากอย่าง ทวินาม ไฮเปอร์โบลา หรือการคิดค้น "กฎแห่งการเคลื่อนที่" อันลือลั่น ซึ่งเรียกกันสั้นๆ ว่า "กฎ 3 ข้อของนิวตัน" ไปจนถึงทฤษฎีที่คนทั่วโลกทั้งร่ำเรียน ได้ยินติดหูกันมานานหลายร้อยปี เช่น กฎแรงโน้มถ่วงและแคลคูลัส วันนี้ถ้า "นิวตัน" จะกระตุกเตือนบอกผ่านเอกสารบันทึกเก่าแก่.. โลกต้องถึงกาลอวสาน แตกดับลงไปภายในอีก 53 ปี..คุณจะเชื่อหรือไม่..!?เซอร์ไอแซค นิวตัน ชาวอังกฤษ อัจฉริยะแห่งศตวรรษที่ 17 ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์หลายสาขา ทั้งฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ จากโลกนี้ไปแล้ว 280 ปี แต่เอกสาร รวมทั้งบันทึกการค้นคว้า ความนึกคิดต่างๆ ยังคงได้รับการเก็บรักษาอย่างดี ส่วนหนึ่งถูกเก็บอยู่ในตู้นิรภัยของหอสมุดแห่งชาติ กรุงเยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล


ปัจจุบัน หอสมุดแห่งชาติอิสราเอล ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฮิบรู เยรูซาเล็ม นำ "เอกสารนิวตัน : นิวตัน เปเปอร์ส" ตัวจริงที่เก็บรักษาไว้มาจัดนิทรรศการ "ความลับของนิวตัน" เปิดแสดงให้สาธารณชนได้เห็นกับตาตนเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ภายหลังจากก่อนหน้านี้ มีเพียงนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ เท่านั้นที่มีสิทธิได้เห็นเอกสารเหล่านี้"เอกสารนิวตัน" คงอยู่ผ่านความผันแปรแห่งยุคสมัยนับร้อยปี เปลี่ยนมือจากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่น กระทั่งตกมาอยู่ในความดูแลของหอสมุดอิสราเอล ตั้งแต่ปีค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) ศาสตราจารย์ยามินา เบน เมนาเชม จากภาควิชาปรัชญา ม.ฮิบรู ผู้ทำหน้าที่บอกเล่าความเป็นมาของเอกสารชุดนี้ กล่าวว่าหลักที่นิวตันใช้พยากรณ์ "วันสิ้นโลก" หรือ "วันโลกแตก" และบันทึกไว้ในเอกสารเมื่อปีค.ศ. 1704 (พ.ศ. 2247) นั้น ไม่ได้ใช้หลักตรรกะทางคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ แต่เป็นการถอดรหัส ไขปริศนาถ้อยคำที่เขียนอยู่ใน "พระธรรมดาเนียล" ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม (ไบเบิล)โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถอดรหัสพระธรรมดาเนียล บทที่ 12 ซึ่งนิวตันตีความ ว่า โลกจะถึงคราวดับสูญภายหลังจาก "จักรวรรดิโรมัน" ก่อตั้งครบ 1,260 ปีโดยประมาณ เมื่อคำนวณดูแล้วจึงเท่ากับ โลกมนุษย์จะต้องแตกในปีค.ศ. 2060 (พ.ศ. 2603) หรือภายในเวลาอีกแค่ 53 ปีนับจากนี้ "โลกอาจดับสูญหลังจากนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นถึงเหตุผลใดที่โลกจะพบจุดจบเร็วกว่านั้นเช่นกัน


"สิ่งที่ข้าพเจ้าอ้างถึงไปนี้มิได้หมายมั่นจะยืนยันว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงเมื่อไร "แต่ทำไปเพื่อต้องการหยุดกลุ่มคนเพ้อฝันที่ชอบทึกทักทำนายวันสิ้นโลกขึ้นมาเองอยู่บ่อยๆ "กระทั่ง ทำให้คำทำนายอันศักดิ์สิทธิ์ต้องเสื่อมเสียไร้ความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปตาม คำทำนายผิดๆ ทั้งปวง" นิวตัน เขียนถึงเหตุผลที่ตัดสินใจพยากรณ์วันโลกแตกด้วยตนเอง


ศ.ยา มินา อธิบายว่า ในเอกสารยังมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า นิวตันมีความเชื่อในศาสนาอย่างลึกซึ้ง แม้จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ตามหลักแล้วจะเชื่อเฉพาะในสิ่งที่พิสูจน์ได้ โดยบันทึกหัวข้อหนึ่ง นิวตันศึกษารายละเอียดโครงสร้างของวิหารยิวในเยรูซาเล็มอย่างเจาะลึกทุกมิติเพราะเชื่อว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสะท้อนโครงสร้างจักรวาลอันไพศาล จากการตรวจสอบเอกสารพบพื้นเพความมุ่งมั่นทางวิทยาศาสตร์ของนิวตัน มีแรงผลักดันมาจากศาสนานั่นเอง นั่นเพราะเขาต้องการใช้วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ว่าพระเจ้าทรงทำอะไรกับโลกของเราบ้างตามความเข้าใจของนิวตัน การเข้าถึงพระองค์จึงสามารถกระทำได้ผ่านการศึกษาธรรมชาติและพระคัมภีร์ เพื่อหาหนทางเข้าถึงสัญญาณที่พระองค์ทิ้งเอาไว้


"นิวตันไม่เชื่อในเรื่องของ ตรีเอกภาพ เขาเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น แม้นพระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรแห่งพระเจ้า แต่พระเยซูก็ไม่ใช่พระเจ้า.. "นิวตันไม่แสดงความคิดนี้ต่อสาธารณชน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ศาสนจักรเข้ามาขัดขวางการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของเขา.."ในยุคสมัยนิวตัน มีผู้คนพูดถึงวันสิ้นโลกกันอย่างกว้างขวาง.. "นิวตันจึงมีความ คิดว่าพระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับวันสิ้นโลกเอาไว้แล้ว มนุษย์ไม่มีอำนาจจะไปเปลี่ยนแปลงหรือพยากรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น" ศ.ยามินา กล่าว

เราอาศัยอยู่ในกลียุคแล้ว : ทำนายฝันปัตถเวน ๑๖ ข้อ


ปางองค์ชินวงศ์พระจอมไตร อันอาศัยสาวัตถีบุรีสถาน ภิกษุสงฆ์สองหมื่นเป็นบริวาร พระสำราญอยู่ในเขตพระเชตุพน กรุงกษัตริย์ปัตถเวนไปทูลถามด้วยข้อความนิมิตคิดฉงน อภิวาทเบื้องพระบาทยุคล แล้วทูลฝันแต่ต้นไปจนปลาย


สมเด็จพระชินสีห์โมลีโลก จึงดับโศกกรุงดฃกษัตริย์ให้เสื่อมหาย แย้มพระโอษฐ์โชติช่อวิเชียรพรายสว่างฉายพระเขี้ยวแก้วแวววาว สว่างวับจับคันธุกุฎี พระรังษีเป็นเกลียวสีเขียวขาว อีกนิลแนบแซมหงส์เป็นวงวาว ทั้งแดงขาวสีเบญจรงค์พราย ข่มขี่ระสุริยงค์ จากโอษฐ์องค์งามละออเป็นช่อฉาย เผยพุทธบรรหารประทานนาย อันตรายนี้ไม่มีแก่บพิตร จะได้แก่ศาสนาตถาคต โดยกำหนดสองพันเศษสังเกตกิจ ราษฎรจะร้อนดังไฟพิษ จะวิปริตทุกอย่างต่าง ๆ เป็น


๑. ฝันว่าโคทั้งที่มีกำลัง แล่นประดัวมาโดยทิศนิมิตรเห็น จะชนกันแล้วหันห่างกระเด็น ต่างหลีกลี้หนีเร้นไปหายตัว ทรงภิปรายทายว่าฤดูฝน เมฆหมอกมนมืดมิดทุกทิศทั่ว ดังจะปลายสายพิรุณขุ่นเขียวมัว วายุพีดกลัดกลั้วละลายไป จะลำบากยากเย็นแก่ไพร่พล ด้วยฟ้าฝนไม่ตกมาในไร่ ทั้งต้นข้าวเต้าแตกเหี่ยวแห้งไป ผลมะม่วงมะปรางจะบางเบา เกิดข้าวยากหมากแพงทุกแหล่งหล้เา ฝูงประชาแค้นคับจะอับเฉา ด้วยมนตรีโมหาปัญญาเยาว์ ลำเอียงเอาอามิสไม่คิดธรรม์


๒. ฝันว่าไม้รุ่นเจริญผล ดูพิกลเหมือนไม้ในไพรสณฑ์ พระทรงสัตยตรัสทายทำนายฝัน ภายหน้านั้นชายหญิงจะทิ้งเหล่า จะคบชู้สู่หาสมาคม จะเสพย์สมกันแต่แรกพึ่งรุ่นสาว กุมารีจะมีบุตรแต่รุ่นราว ไม่ยืนยาวยากเย็นด้วยเข็ญมี


๓. ฝันว่าแม่โคคาวิน วอนขอนมลูกกินน่าบัดสี ทรงภิปรายทายว่า นิมิตนี้ไปภายหน้าจะมีเป็นแน่นอน พ่อแม่แก่ชรามาหาบุตร ทั้งที่สุดข้าวปลาและผ้าผ่อน ต้องมายอมปลอบขอเฝ้าง้องอน มันขอดข้อนสำคัญให้อับอาย พูดหยาบช้าต่อบิดาชนนี กล่าววาทีให้ช้ำทำฉลาย มิได้มีหิริโอตัปปะ ละอาย พูดหยาบคายขี่ข่มคารมพาล

๔. ฝันว่าโคใหญ่เคยไถนา ไม่นำพาปล่อยปละจากสถาน เอาลูกโคเทียมไถเข้าใช้การ ไม่เคยงานเสียรอยย่อยยับไป เดินดินแตกแยกข้ามคันนาหนี ไม่รู้ในท่วงทีทำนองไถ มีพุทธบรรหารว่า นานไปนเรศไทท้าวพระยาทุกธานี จะคบคนพาลปัญญาหยาบ ใจบ้าบาปหนุนคะนองให้ครองที่ นับถือว่าสุจริตความคิดดี ได้ท่วงทีพวกอุทานก็ลามรวน ถึงได้เป็นเสนาที่ปรึกษาความ ถ้าวู่วามตามศักดิ์แล้วหักหวนความชอบผิดมิได้คิดเป็นข้อควร เอาแต่ส่วนสินบลคนเข็ญใจ


๕. ฝันว่ามีม้านั้นสองปาก เห็นหญ้าหยากปากอ้าน้ำลายไหล บุรุษลองปองป้อนจนอ่อนใจ หยิบหญ้าหย่อนยื่นให้ไม่เว้นวาย มีพุทธฎีกาพยากรณ์ ผู้ตัดรอนความราษฎรสิ้นทั้งหลาย ระรวบรวมกันกินทั้งสองฝ่าย จะให้...แนะนำโจทก์จำเลย กินกันพลางทางข่มด้วยลมลวง เหนี่ยวหน่วงถามถึงแล้วนิ่งเฉย บ้างอาศัยใช้การจนนานเลยความก็เลยแห้งร้าวอยู่ค้างปี


๖. ฝันว่าสุวรรณณภาชุน์ทอง สุนัขปองขึ้นนั่งน่าบัดสี เอื้อนพระโอษฐ์โปรดพุทธวาที ว่าพาลาจะได้ที่เสนีย์นาย จะหยิ่งยศมาสำทับไม่นับปราชญ์ เสพสังวาสคบพาลประมาณหมาย เหมือนขมิ้นขยำน้ำปูนละลาย ทั้งไพร่นานจะคนองลำพองพาล


๗. ฝันว่ามีผู้พันเชือกหนัง อยู่เคหังเพิงพะในสถาน ปลายเชือกเสือกห้อยลงย้อยยาน สุนัขนอนใต้ร้านกัดดินไป ยิ่งฟั่นก็ยิ่งสั้นไปหมดสิ้น หายืดลงถึงดินนั้นไม่ได้ พระโลกุตตมาจารย์บรรหารไว้ว่านานไปจึงจะเห็นขุกเข็ญมี ชายมาหาลาภสักการที่บ้านเรือน หญิงก็เบือนบากบ่าย จำหน่ายหนี ทำแสนงอนซ่อนทรัพย์คิดอัปรีย์ ข่มขี่หยาบคายให้ชายกลัว ทำยอกยักลักทรัพย์ส่งให้ชู้ ตะแคงค่อมขู่ข่มเหงผัว ชายก็เขลาเมารักสมัครมัว เห็นผัวกลัวก็กลับข่มให้สมใจ


๘. ฝันว่าประชาชนตักน้ำ ช่วยกันปล้ำเทส่งลงตุ่มใหญ่ ตุ่มน้อยร้อยพันเรียงกันไป หามีใครเทใส่แต่สักคน พระวรญาณโปรดประทานประกาสิต และนิมิตทายเข็ญให้เป็นผล ว่าภายหลังเสนาเป็นนายพล ราษฎร์จะปล้นทรัพย์ใส่ในตุ่มโต ยิ่งได้มาจานเจือจนเหลือล้น ยิ่งยากจนยับนักลงอักโข เฝ้าระวังตั้งท่าแต่พาโล ที่ชื่อโชกลุ้มดังตุ่มน้อย


๙. ฝันว่าเห็นสระปทุมา มีหมู่กุ้งกุมภามัจฉาหอย วารีรอบขอบใสมิใช่น้อย กลางกลับถอยข้นขุ้นสนุ่นมี พระทรงญาณบรรหารให้เห็นเหตุ ว่าประเทศที่สุขเกษมศรี กษัตริย์ทรงสืบวงศ์ประเพณี เป็นบุรีที่ประชุมประชากร จะแรมร้างว่างราเป็นป่าแขม ทั้งคาแฝกแทรกแซมขึ้นสลอน ทางชลวิกลกลายเป็นชายดอน ราษฎร์จะร้อนแรมสุขทุกเดือนปี ด้วยกรรรมแรงแห่งสัตว์วิบัติเป็น ไม่เคยเห็นก็จะเห็นเป็นถ้วนถี่ น้ำที่กลางขุ่นข้นคือมนตรี จะย่ำยีบาฑาประชาชน จะรุกรานแก่ไพร่ใส่ระดม คิดข่มเอาทรัพย์อยู่สับสน ในเดือนนอกเดือนใช้อยู่เบื้องบน สุดจะจนที่จะทานด้วยการรุม การหลงแล้วไม่นานทำการนาย พวกไพร่ราษฎร์พลัดพรายไปส้องสุม จะกลับลี้หนีหน้าไปป่าชุม ประคองคุมพวกเข็ญได้เย็นใจ


๑๐. ฝันว่าเห็นคนนั่งหุงข้าว หม้อเดียวซาวหลากล้นพ้นวิสัย บ้างดิบสุกคลุกระคนปนกันไป บ้างก็เปียกบ้างก็ไหม้ไม่มีดี พระแย้มโอษฐ์โปรดพุทธฎีกา ว่าเทพาที่รักษาบุรีศรี พระเสื้อเมืองทรงเมืองเรืองฤทธี ประเพณีพลาดเพลี่ยงไม่เที่ยงทรรศ์ เทวัญอันอารักษ์ศาสนา จะรักษาแต่คนที่อาสัจจ์ ผู้ถือศีลสิกขาศีลลาวัตร มิตรที่รักจะตัดความรัก ฝูงราษฎร์จะอาพาธเจ็บไข้ เกิดมรณภัยทุกแห่งหน ประเพณีปีเดือนก็เปื้อนปน ฤดูฝนหนาวร้อนก็ผ่อนไป


๑๑. ฝันว่าอันแก่นจันทน์แดง ราคาแพงล้ำเลิศในต่ำใต้ ชายเขลาเอาพอแรงไม่แจ้งใจ ก็เอาไปแลกนมโคได้ง่ายดาย ทรงพระพุทธทำนายภิปรายโปรด ภายหน้าโสดหมู่สงฆ์สิ้นทั้งหลาย จะแนะนำพระธรรมอันเพริดพราย เที่ยวเร่ขายแลกทรัพย์มาซื้อกิน ไม่อดสูดูร้ายละอายบาป นิยมหยาบเอื้อมอาจประมาทหมิ่น ก่อกรรมกระทำตนให้มลทิล เหมือนอย่างกินยาตายไม่หมายเป็น


๑๒. ฝันเห็นน้ำเต้านั้นจมชล ดูพิกลไม่เคยพบประสบเห็น จะเกิดความยากล้ำเหลือลำเค็ญ สิ่งที่เย็นกลับร้อนทั่วธานี คือนักปราชญ์ผู้รู้ธรรมจะต่ำต้อย พาลาลอยเฟื่องฟูชูศักดิ์ศรี ผู้พงศาตระกูลประยูรมี จะลี้ลับเสื่อมสูญประยูรยศ คนพาลจะราญเริงบรรเทิงหนา เจรจาผิดธรรมไม่กำหนด ใครปลอกปลิ้นลิ้นลมเป็นคนคด รู้โป้ปดกลอกกลับจึงรับกัน


๑๓. ฝันว่าคีรีน้อยนั้นลอยน้ำ ประหลาดล้ำหลากใจที่ในฝัน ทรงพระบรรหารให้เห็นพลัน ภายหน้านั้นผู้มีศักดิ์จะรักพาล จะยกย่องหมู่ชาติอันต่ำช้า เป็นเสนาผู้ใหญ่ในสถาน ให้ยศศักดิ์สืบสายเป็นนายการ ได้ท่วงทีพวกพาลสำราญใจ


๑๔. ฝันว่าเห็นกบพบงูร้าย แล้วตามล้วงกินจนสิ้นไส้ พระแย้มโอษฐ์โปรดตามภิปรายไป ภายหน้าไซร้หญิงพาลจะราญชาย ประมาทหมิ่นลิ้นลมข่มให้กลัว จะใช้ผัวต่างทาสดังมาตรหมาย ผัวสมานน้ำใจมิให้ระคาย หญิงร้ายยิ่งลามคำรามรณ


๑๕. ฝันว่าพญาเหมราชเข้าปนฝูงปักษาน่าฉงน น้อมเคารพนบนอบแล้วยอบตน เข้าระคนคบค้าด้วยพาพาล องค์สมเด็จพระอิสสโรพระโมลี จึงเผยพุทธวาที่มีบรรหาร ว่าผู้ดีมีตระกูลนั้นจะบรรดาล ว่าคนพาลจะย่ำยีคนปรีชา สันดานทาสชาติร้ายจะได้ดี จะข่มขี่ผู้มีวงศ์และพงศา คนปราชญ์จะหลีกตัวกลัววาจา พวกพาลาดีได้ดีไม่มีอาย


๑๖. ฝันว่าเห็นเนื้อสมันนั้น ไล่เสือพยัคฆ์เบือนหน้าเข้าป่าหาย มีพระพุทธบรรหารประทานทาย ว่าศานุศิษย์ทั้งหลายจะสู้ครู จะหักหายผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย สำทับถ้อยขี่ข่มคารมสู้ ยกย่องกายหมายประกวดอวดอ้างรู้ จะลบหลู่ขู่ซ้ำด้วยคำพาล สงฆ์ทรงศีลบริสุทธิ์จะทรุดเศร้า ผู้เป็นเจ้าหลีกจากถิ่นสถาน ซึ่งบพิตรนิมิตสิบหกประการ ไม่มีเหตุเพทพาลในพระองค์ จะได้แก่โลกทั้งหลายในภายหน้า จำไว้พิจารณาอย่าลืมหลง จะเสื่อมสูญเมธีกวีวงศ์ และฝูงหงส์พงศ์ประยูรตระกูลพราหมณ์ จะเฟื่องฟูเชยชมนิยมหยาบ แบกแต่บาปหาบนรกยกขึ้นหาม กองกรรมก็จะนำสนองตาม จะลงหนังสุนัขถามเมื่อยามตาย พระไตรรัตน์จะวิบัติหม่นมัวหมอง ไม่ผุดผ่องแผ้วผาดสะอาดฉาย ศักราชคำรบนั้นสองพันปลาย จะต้องพุทธทำนายไว้แน่เอย
(ลองคิดดูสิว่า ณ เวลานี้ทั้ง ๑๖ ข้อล้วนเกิดขึ้นจริงแล้วทั้งสิ้น จริงหรือเปล่า)

กรรมที่ทำให้เราไม่เจอเนื้อคู่ - สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี‏


ชาติที่แล้วเราไปผูกมัดใครไว้บ้างก็ไม่รู้ด้วยคำสัญญา เช่น เราจะรักกันทุกชาติไป โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ชาติภพใหม่ก็เลยแตกต่างกันไป แต่คำมั่นที่สาบานยังอยู่ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คุณยังเป็นโสดจนทุกวันนี้ ลองสวดมนต์บทนี้ดูอาจจะดีขึ้นนะ คำขอขมาและอธิษฐานจิต อธิษฐานหน้าพระพุทธรูป หรือสวดก่อนนอนก็ได้


( นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ )


สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต


หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี ขอได้โปรดอโหสิกรรมข้าพเจ้าด้วย หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ขออนุญาตมีคู่ มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบานที่จะติดตามคู่ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ


หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร


คนเราเกิดมาหลายภพหลายชาติ แต่ละคนมีเจ้ากรรมนายเวรที่แตกต่างกัน การสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรมให้น้อยลง ( คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั่ง พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตาในปี พ.ศ. ๒๕๕๒


ที่มา ธูปพยากรณ์หนึ่งเดียวในโลก อาจารย์อันติกา อริยชวัล


1. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีชวดในปี 2552หลังจากที่ปีชวดผ่านปีนักษัตรของตัวเอง ปีฉลูนี้ค่อยมีชะตาที่ดีขึ้นตามลำดับ เพียงแต่ก็ยังถูกดาวร้ายแห่งความเจ็บป่วยเล็งชีวิตฉะนั้นจึงต้องจัดรูปกวาง ให้หันหาไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยให้โรคภัยต่างๆได้หายไป ชาวจีนเชื่อว่ากวางเป็นพลังของเทพเซียนทั้งห้า เนื่องจากกวางเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืน และอยู่ข้างเซียนอายุวัฒณะนั่นเอง ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีชวด คือ สีครีมและสีเหลืองอ่อน สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีเขียวอ่อนและสีชมพู เลขนำโชคสำหรับคนปีชวด คือ เลข9 และเลข6


2.วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีฉลูในปี 2552 ปีนี้เป็นปีฉลู จึงเป็นปีนักษัตรตัวเองของคนปีฉลู จัดว่ายังมีการล่วงเกินเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย จึงควรมีตัวช่วย ตามหลักโหราศาสตร์ กุน ชวด ฉลู จัดเป็นซาหวย แปลว่าสามประสบ คนปีฉลูควรตั้งตัวหมูหรือรูปหมู หันหาทิศใต้ซึ่งเป็นทิศมงคลของปีนี้ เพราะหมูเป็นสัตว์พวกมีกีบ ทั้งอ้วนท้วนบริบูรณ์ การจัดตั้งรูปหมูจะช่วยให้ท่านมีเงินเก็บสะสมมากขึ้นปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีฉลู คือ สีเทาและสีน้ำตาล สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีเหลืองและสีเขียวเลขนำโชคสำหรับคนปีฉลู คือ เลข 3 และเลข 4


3.วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีขาลในปี 2552ปีนี้คนปีขาล จะมีดาวนกวิเศษสีแดงส่องชีวิต จึงควรตั้งรูปนกเป็ดน้ำคู่หนึ่งหันหาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศดอกโบตั๋นของปีนี้ เพราะนกเป็ดน้ำเป็นสัญลักษณ์ของความรักฉันสามีภรรยา จะช่วยให้ชีวิตคู่รักกลมเกลียวกันยิ่งขึ้น ปี 2552 ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีขาล คือ สีกาแฟและสีดำ สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีเทาและสีเขียวอ่อนเลขนำโชคสำหรับคนปีขาล คือ เลข 5 และเลข 7


4.วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีเถาะในปี 2552 ปีนี้เป็นปีเถาะ ไม่มีดาวมงคลส่องชีวิต คงต้องจัดตั้งวัตถุมงคลนำโชคลาภมาสู่ท่าน ควรจัดตั้งรูปเทพเจ้าไซ่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หันหาทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศแห่งโชคลาภของปีนี้ ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีเถาะ คือ สีน้ำตาล และสีเหลือง สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีชมพูและสีแสด เลขนำโชคสำหรับคนปีเถาะ คือ เลข3และเลข6



5. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีมะโรงในปี 2552 ปีนี้เป็นปีมะโรงจัดอยู่ในประเภทล่วงเกินเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย คงต้องหาวัตถุมาช่วยเสริม ควรจัดตั้งรูปไก่ หันหาทิศตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องด้วยมะโรงจับคู่เป็นมิตรกับระกา การจัดตั้งรูปไก่จะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายมิให้มาแผ้วพาน ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีมะโรง คือ สีเทา และสีน้ำตาล สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีเหลืองและสีครีม เลขนำโชคสำหรับคนปีมะโรง คือ เลข 1 และเลข 4


6.วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีมะเส็งในปี 2552 ปีนี้เป็นปีมะเส็งมีดาวมงคลตู้ทองคำส่องชีวิต ด้านโชคลาภเงินทองอยู่ในเณฑ์ที่น่าพอใจ ควรจัดตั้งรูปง่วนป้อ หันหาทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศแห่งโชคลาภของปีฉลูนี้ ง่วนป้อเป็นเงินแท่งหรือทองแท่งสมัยโบราณ ทั้งสองข้างนูนขึ้น การจัดตั้งรูปง่วนป้อทองคำ จะช่วยเสริมโชคลาภให้แก่ท่าน ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีมะเส็ง คือ สีเทา และสีเหลือง สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีฟ้าและสีดำ เลขนำโชคสำหรับคนปีมะเส็ง คือ เลข 2 และเลข 5


7. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีมะเมียในปี 2552 ปีนี้เป็นปีมะเมียมีดาวมงคลอยู่กลางบ้าน ฉะนั้นจึงควรจัดตั้งรูป ฮกลกซิ่ว อยู่ตรงกลางบ้าน เพราะว่าทิศกลางบ้านในปีนี้จะมีดาวบินเก้าม่วงซึ่งเป็นดาวมงคลสถิตอยู่ ฮกลกซิ่วคือความมงคลสามประการ ประกอบด้วยเทพเจ้าฮกคือ เทพเจ้าวาสนา เทพเจ้าลกคือเทพเจ้ายศศักดิ์และเทพเจ้าซิ่วคือเทพเจ้าอายุวัฒนะ ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีมะเมีย คือ สีขาวและสีน้ำตาล สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีชมพูและสีส้มเลขนำโชคสำหรับคนปีมะเมีย คือ เลข 3 และเลข 5


8. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีมะแมในปี 2552 ปีนี้เป็นปีฉลู ปะทะชนกับปีมะแม จึงควรตั้งรูปปี่เซี้ยเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดี และหันหน้าหาทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศมงคลประจำปีนี้เพื่อรองรับสิ่งดีๆ ปี่เซี้ยมีอีกชื่อหนึ่งว่าเพ็กเซี้ย แปลว่า กำจัดสิ่งที่ชั่วร้าย การจัดตั้งรูปปี่เซี้ยควรตั้งเป็นคู่ จะได้มีพลังเพียงพอ ปี 2552 ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีมะแม คือ สีขาว และสีกาแฟ สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีฟ้าและสีครีมเลขนำโชคสำหรับคนปีมะแม คือ เลข 9 และเลข 1


9. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีวอกในปี 2552 ปีนี้คนปีวอกมีชะตาดี นอกจากกิจการงานก้าวหน้า มีโชคมีลาภแล้ว ยังมีดาวฟ้ามงคลส่องชีวิต ควรจัดตั้งรูปกิเลนหันหาทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศที่ดาวดอกท้อสถิตอยู่ กิเลนเป็นสัตว์มงคล หากชาวจีนมีงานมงคล จะติดกระดาษแดงเขียนตัวหนังสือสีทอง แปลว่า กิเลนอย่างกรายมาถึง การจัดตั้งรูปกิเลนจะนำสิ่งที่เป็นมงคลมาสู่ชีวิต ปี 2552 ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีวอก คือ สีเทา และสีกาแฟ เลขนำโชคสำหรับคนปีวอก คือ เลข2และเลข8สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีขาวและสีครีม


10. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีระกาในปี 2552 ปีนี้คนปีระกามีดาวการงาน การเงินเจริญก้าวหน้าส่องชีวิต ควรนำ แมวกวักมาตั้งวางไว้ในทิศใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดาวการงานการเงิน สถิตอยู่ ปี 2552 ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีระกา คือ สีครีมและสีฟ้าคราม สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีเทาและสีฟ้าอ่อน เลขนำโชคสำหรับคนปีระกา คือ เลข1และเลข5


11. วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีจอในปี 2552 ปีนี้คนปีจอ มีดาวมงคลส่องชีวิตหลายดวง ควรจัดตั้งรูปคางคก คาบเหรียญ หันหาทิเศใต้ ซึ่งเป็นทิศมงคลของปีนี้ ตามความเชื่อของชาวจีน คางคกมีพลังธาตุวิเศษ การจัดตั้งคางคกคาบเหรียญ จะช่วยปรับชะตาโชคลาภให้กับท่าน ปี2552ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีจอ คือ สีน้ำตาลและสีเหลือง สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีส้มและสีชมพูเลขนำโชคสำหรับคนปีจอคือ เลข7และเลข9


12.วัตถุมงคลช่วยส่งเสริมดวงชะตา ของคนปีกุนในปี 2552ปีนี้คนปีกุนมีดาวม้าปีกส่องชีวิต บ่งบอกว่าจะได้เดินทางไกล ควรจัดตั้งรูปม้า หันหาทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในสมัยโบราณ การเดินทางส่วนใหญ่ใช้ม้าเป็นพาหนะ ม้ายังเป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จ จึงมีคำอวยพรประโยคหนึ่งว่า “เมื่อม้าบรรลุจะสำเร็จในกิจการ” ปี 2552 ฉลูนี้ สีที่ถูกโฉลกกับผู้ชายปีกุน คือ สีเทาและสีฟ้า สีที่ถูกโฉลกกับผู้หญิง คือ สีครีมและสีดำเลขนำโชคสำหรับคนปีกุน คือ เลข 2 และเลข 7

วิธีแก้เคล็ดคนไร้คู่ (อยากมีคู่กับเค้าบ้าง ทำไงดีนะ)


บางคนมีความรัก แต่มักผิดหวัง รักเขาแต่เขาไม่รัก หรือเขาก็รักแต่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรืออยู่กันไม่ยืด หรือบางคนต้องอยู่โดดเดี่ยวอ้างว้างเพราะไม่พบเจอความรักเลยเป็นเวลานานหลายปี บางคนพบรัก มีคู่รักแต่ก็มีเหตุให้คลาดจากกันมิได้อยู่ครองคู่กัน อย่างนี้เรียกว่า ดวงอาภัพคู่ เหตุหนึ่งมาจากชาติปางก่อนมิได้ร่วมทำบุญกุศลกับคนรัก จึงขาดคู่สร้างคู่สมที่เกิดมาเพื่อจะเป็นคู่กันอีกวิธีแก้เคล็ด


1. ถวายสิ่งของเป็นคู่ที่วัด เช่น แจกันคู่ เชิงเทียน เทียนคู่ (9 คู่) ธงคู่ ผ้าคู่ หมอนคู่ เป็นต้น หรือบริจาคของเป็นคู่แก่คนอื่น


2. ร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญเลี้ยงพระให้คู่บ่าวสาวในวันแต่งงานร่วมพิธีเลี้ยงพระตอนเช้า


3. ถวายพวงมาลัยดอกรัก และดอกมะลิ ไหว้พระบูชาพระทุกสัปดาห์เป็นประจำ


4. หาต้นรักไปปลูกลงดินในบริเวณวัด (อย่าปลูกไว้บริเวณบ้านเด็ดขาด)


5. ถือพรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณาต่อผู้อื่น ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี เมื่อเห็นผู้อื่นได้ทุกข์ก็ไม่ซ้ำเติมเขา


6. ปลูกไม้ดอกหอม และว่านต่างๆ เช่น เสน่ห์จันทร์ เป็นต้น


เอามาจากเว็บมหาหมอดู ครับ

เชื่อหรือไม่ว่า เมื่องูเลื้อยผ่านสามารถบอกโชคลางได้

งูมีทั้งโชคทั้งเคราะห์ เมื่อเดินทางไปที่ใดก็ตามให้บังเอิญมีงูเลื้อยผ่านตนเองไปมีหลักในการพิจารณางูนั้นว่าให้โชคหรือให้เคราะห์อย่างไร ก็เทียบเอาจากข้อต่อไปนี้

งูวิ่งตัดหน้าจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก วันนั้นไม่มีโชคลาภ ไปหาคนก็ไม่พบ ไปหาลาภก็ไม่มี

งูวิ่งตัดจากด้านขวาไปด้านซ้าย จะได้ลาภก้อนใหญ่

งูไม่มีพิษเลื้อยผ่านหน้าเกิน ๕ ตัว จะได้รับโชคลาภ

งูมีพิษเลื้อยผ่านหน้าเกิน ๕ ตัว จะได้รับเคราะห์ร้าย คนใส่ร้าย ครอบครัวมีคนเจ็บป่วย

งูเลื้อยนำหน้าตนเองไปประมาณ ๑-๒ ก้าว จะได้รับโชคอันประเสริฐ ให้รีบไป

งูวิ่งเข้าหาหรือตกถูกตนเอง จะได้รับเคราะห์ ระวังให้ดี หรืออาจถึงตาย

งูเกี้ยวกันหรือคาบสัตว์อื่น จะหมดโชค เดินทางต่อไปก็ไม่ได้รับโชค

งูสิงห์ งูเหลือม งูหลาม ขึ้นบ้านหรือนอนใต้ถุนบ้านเป็นลางร้าย จะเสียเงินทองและเจ็บป่วย


ลางร้ายในระหว่างเดินทางที่ควรทราบ

สัตว์ร้ายวิ่งตัดหน้าหรือได้ยินเสียงสัตว์ร้ายร้อง

เขม่นที่เท้าหรือฝ่าเท้า

พบเห็นเหตุการณ์คนฆ่ากันตาย หรือสัตว์ชนกันตาย

เดินทางแล้วเห็นอวัยวะเพศหญิงหรือเห็นคนร่วมเพศกัน

ทั้งสี่อย่างนี้โบราณถือว่า หากวันนั้นคิดจะไปหาโชคลาภไม่ว่าจะเป็นการเจรจาติดต่อสื่อสาร เล่นการพนันหรือไปเสี่ยงโชคใดๆแล้วพบเห็นเข้า บอกได้ตรงตัวเลยว่า วันนั้นไม่มีโชคแน่นอน

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ทำบุญเครื่องสังฆทานด้วยอะไรดีนะ



ในการทำสังฆทานในปัจจุบันนั้นนับว่ายังมีคนเข้าใจผิดว่าต้องทำใส่ในถังเหลืองเสมอไป นับว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะบางคนคิดว่าสิ่งของที่จะทำบุญให้พระหรือทำสังฆทานนั้นต้องเป็นสิ่งของที่มีสีเหลืองนั้นก็นับว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง ครั้งหนึ่งผมเคยสั่งสบู่นกแก้วก้อนสีเหลืองมาขายที่ร้านขายของชำ ก็อุตส่าห์มีคนทักว่า สบู่แบบนี้เขาทำให้พระใช้กันนะ ผมไม่ได้ตอบอะไร นึกแผ่เมตตาให้กับความโง่ของเขาเสียจริงๆ

การใส่สิ่งของสังฆทานไว้ในถังแล้วต้องห่อด้วยพลาสติกสีเหลืองนั้นเหตุก็เพราะว่าดูสวยงามและผู้คนก็คงเห็นรูปแบบนี้จนชินตา จึงเหมารวมว่ารูปแบบดังกล่าวคือวิธีจัดเครื่องสังฆทานที่ถูกต้อง

เอาเป็นว่าผมสรุปง่ายๆก็แล้วกันนะครับว่าการทำสังฆทานนั้นก็ควรนึกถึงตัวเราเองว่าจำเป็นต้องใช้อะไรบ้างในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญควรเลือกวัดที่จะทำบุญด้วย อย่างวัดในเมืองหรือในชุมชนค่อนข้างมีคนไปทำบุญมาก เราอาจจะเลือกทำเป็นการถวายปัจจัยบำรุงค่าน้ำค่าไฟก็ได้ ส่วนสิ่งของต่างๆอาจมีมากจนทางวัดต้องนำไปขายคืนร้านค้านำเงินเข้าวัด ก็พิจารณาแล้วกัน ส่วนวัดในชนบทก็อาจจะทำบุญด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคมากหน่อย เพราะห่างไกลความเจริญ แล้วจะจัดอะไรถวายเป็นสังฆทานดีล่ะ

๑.เครื่องใช้ในการอาบน้ำ เช่น สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และแชมพูสระผมซึ่งคนมักจะบอกว่า “บ้า พระที่ไหนใช้ยาสระผม พระจำเป็นต้องใช้ยาสระผมครับเพื่อบำรุงหนังศีรษะไม่ให้แห้ง ใส่แชมพูลงไปได้ครับ ไม่ผิด

๒.อุปกรณ์เครื่องเขียน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บรรทัด

๓.ถ้วยชาม แก้วน้ำ เพื่อใช้ในโรงครัว อย่างธรรมเนียมที่บ้านผมนั้นเมื่อยืมถ้วยชามวัดมาใช้แล้วต้องซื้อถ้วยชามชุดใหม่ถวายคืนอีกอย่างละ ๑ โหล เพื่อทดแทนถ้วยชาม แก้วที่เราอาจทำแตกไปในการใช้งานของเรา

๔.อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ผงซักฟอก

๕.มีดโกนและใบมีดโกนเพื่อใช้ในการปลงผมของพระสงฆ์

๖.ยารักษาโรค อาจเป็นชุดยาสามัญประจำบ้าน อาจจะเพิ่มยาหม่อง ยาดม ตามสมควร

๗.หนังสือธรรมะ ตรงตามความเชื่อว่า การให้ความรู้จะทำให้มีสติปัญญาดีขึ้น แต่ควรพิจารณาเนื้อหาภายในด้วยว่ายากง่าย น่าอ่านเพียงใด

๘.น้ำผลไม้กระป๋องหรือผลไม้กระป๋อง เพื่อให้พระภิกษุได้ฉันหลังเพลไปแล้ว อาจจะซื้อพวกผลไม้แห้ง เช่น บ๊วย อินทผลัม ลูกสมอ เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานและให้รสหวานบำรุงกำลัง

๙. ขนมปังแครกเกอร์ เนสวีต้า อาหารเช้าสำเร็จรูป เหมาะสำหรับพระสงฆ์ชราจะได้ฉันสะดวก

๑๐.ธูป เทียน ไฟแช็ค สำหรับตั้งไว้ให้คนที่มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด

๑๑. หลอดไฟ เนื่องจากปัจจุบันนั้นเลิกใช้แสงเทียนกันแล้ว หลอดไฟจึงเป็นสิ่งสำคัญ

๑๒.เครื่องอุปโภค บริโภคอื่นตามสมควร
ไปทำสังฆทานคราวหน้าหวังว่าคงจะได้รับบุญกันถ้วนหน้านะครับ เลิกเสียทีเถอะครับ ถังเหลือง พระเค้าบอกผมมาว่า ได้มาก็เอาไปทิ้งเท่านั้น เพราะของข้างในไม่มีอะไรใช้ประโยชน์ได้เลย ท่านว่า “มาถวายขยะให้พระทิ้งเสียเปล่าๆ” จริงๆครับ

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ตรวจดวงชะตาประจำปีด้วยฐานเมรุ



วิธีการตรวจดวงชะตาด้วยฐานเมรุนี้ คล้ายกับการตรวจดวงชะตาด้วยทักษาพยากรณ์ ดังได้กล่าวไว้ในบทความเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา วิธีการนับคือ

เริ่มนับที่เลขวันเกิดตนเองก่อน ( ในที่นี้วันพุธทั้งกลางวันและกลางคืนถือว่า ใช้เลข ๔ เหมือนกัน )ในแถวบนซ้ายมือสุด ( ยกเว้นเกิดวันพฤหัสบดี หรือศุกร์ จะเริ่มนับเลขในแถวที่ ๒ คือ ๖ หรือ ๗ )ไปเรื่อยๆทางขวา เมื่อหมดแถวที่ ๑ แล้วก็นับต่อมาเรื่อยๆแถวที่ ๒ และ ๓ ตามลำดับ หากมาถึงเลขบรรทัดที่ ๓ ตัวสุดท้ายแล้ว (คือเลข ๗) ยังไม่ถึงอายุของตนเองก็ย้อนกลับขึ้นไปเลข ๑ ตัวแรกแถวบนซ้ายมือสุด จนถึงอายุของตนเอง ( อายุจริงบวก ๑) จำง่ายๆว่านับเวียนจากทางซ้ายไปทางขวานั่นเอง ตกที่เลขตัวใดก็มีฝอยทำนายดังนี้

๑ พิเภกออกจากพารา จะพลัดพรากจากที่อยู่ ศัตรูให้โทษ ญาติสนิทมิตรสหายเป็นศัตรู

๒ พระมโหสถตรัสเทศนา จะมีผู้บูชา นำลาภสักการะมาให้

๓ พระยาไมยราพวายปราณ ไม่ดี จะเกิดโรค เจ็บมือเท้า ต้องเสี้ยนหนาม ระวังศัตรูผิวเนื้อดำแดงจากทิศอาคเณย์

๔ พิมพิสารครองพารา ดีมีลาภมาก จะได้ทรัพย์สินเงินทองมาแต่ทางไกล

๕ สีดาวาดรูป ศัตรูจะมาเป็นมิตร ภายหลังให้โทษ ได้ความเดือดร้อนรำคาญ

๖ พระสุธนได้นางสวรรค์ มีลาภจะได้คู่ครองผู้ดีมีชาติตระกูล มาแต่ไกล แลนำลาภมาให้

๗ ทศกัณฐ์ทำศึก เกิดเดือดร้อนรำคาญ เสียทรัพย์นานา ศัตรูเบียดเบียน

๐ ราหูฮึกต้องจักร เกิดภัยต่างๆ หากป่วยไข้ เป็นตายเท่ากัน

๑ ยักษ์ขมูขีอกแตก จะมีโทษ บุตรภรรยาจะทำนอกใจ ศัตรูจะรุกรานเอาที่ดิน

๒ สุชาดาแรกได้ผัว จะมีผู้อุปถัมภ์ คิดการใดสำเร็จสมดั่งปรารถนา

๓ พิเภกออกจากพารา ศัตรูจะคิดร้าย เกิดโรคในกายหลายอย่าง ต้องพลัดพรากจากที่อยู่

๔ แล้วพิเภกกลับมาครองเมือง สิ่งของเสียไปจะได้คืน ได้คู่ดีมีวาสนา ผู้ใหญ่ให้การยกย่อง

๕ ทศเศียรเคืองตัวตาย จะถูกคนล่อลวง ทำการอะไรมักเห็นผิดเป็นชอบ

๖ เศรษฐีได้โคทกุมารมาเลี้ยง ดี มีลาภ ได้สัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า มีมิตรสหายที่ดีเป็นที่พึ่ง

๗ ทศเศียรวายปราณ ได้ความคับแค้นยิ่งนัก จะถูกลอบประทุษร้าย ถ้าป่วยอาการหนักแล

อนึ่งหากเลขอายุตกที่ ๗,๐,๑ แถวกลาง หมายความว่าอยู่ในโลง ไม่ดี หากดูอาการคนป่วยทายว่าถึงฆาตแน่นอน

อนึ่งวิธีการนับเลขเริ่มต้นนั้นผมได้ดัดแปลงจากตำราของหลวงวิศาลดรุณกรนิดหน่อย โดยการประยุกต์วิธีการนับแบบทักษาพยากรณ์มาแทนที่การนับแบบเลข ๗ ตัว เพราะเห็นว่าน่าจะแม่นยำมากกว่าจากการได้ตรวจสอบกับดวงชะตาของหลายๆบุคคล

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

หลักการตั้งพระพุทธรูปและรูปเคารพต่างๆ



ในยุคที่โลกก้าวไปข้างหน้าแต่ทว่าจิตใจของผู้คนขาดที่พึ่งนั้น ปรากฎพระนามขององค์เทพต่างๆที่สร้างกระแสความเลื่อมใสศรัทธาจนหิ้งพระของบางบ้านนั้นกลายเป็นตำหนักเทพหรือสำนักทรงย่อมๆเลยก็ว่าได้ แต่จะมีใครทราบบ้างว่าการจัดตั้งพระพุทธรูปและรูปเคารพต่างๆที่ถูกต้องนั้นเป็นอย่างไร

การจัดโต๊ะหมู่บูชานั้นที่ตั้งสูงสุดคือ พระพุทธรูป , พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์

ถัดลงมาคือองค์อัครสาวก พระอรหันต์ เช่น พระโมคคัลลานะ , พระสารีบุตร ,พระสังกัจจายนะ , พระอุปคุต , พระสีวลี

ถัดลงมาชั้นที่สอง คือพระอริยสงฆ์ เช่น หลวงปู่ทวด , สมเด็จโต , หรือพระสงฆ์คณาจารย์อื่นๆ

ถัดลงมาชั้นที่สาม คือองค์เทพเจ้า เช่น เทพเจ้าหลัก ๓ พระองค์ของฮินดู อันได้แก่ พระพรหม , พระนารายณ์ , พระศิวะ

ถัดลงมาชั้นที่สี่ คือ องค์เทพเจ้าชั้นรอง เช่น พระอุมา , พระสุรัสวดี , พระลักษมี , พระพิฆเนศ , พระขันธกุมาร

ถัดลงมาชั้นที่ห้า คือ ฤๅษี , ยักษ์ เช่น ท้าวเวสสุวรรณ , พระพิราพ

ถัดลงมาชั้นที่หก คือ บูรพกษัตริย์ซึ่งต้องเรียงลำดับตามยุคสมัยของการประสูติ เช่น สมเด็จพระนเรศวรต้องเรียงไว้ก่อนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและต้องตามด้วยพระปิยมหาราช

ส่วนผ้ายันต์ สายสิญจน์และวัตถุมงคลต่างๆควรแยกประเภทจัดวางไว้ในพานให้เป็นระเบียบ อนึ่งควรหมั่นดูแลความสะอาดของโต๊ะหมู่บูชาให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ เปลี่ยนดอกไม้ทุกวันพระ ล้างเชิงเทียน เอาก้านธูปออกจากกระถางธูปเมื่อหนาแน่นเกินไป ที่สำคัญก้านธูปห้ามนำไปทิ้งถังขยะแต่ต้องนำไปทิ้งที่โคนไม้หรือสถานที่ที่สะอาด เช่น ในวัดอย่าได้ปะปนกับขยะอื่นเด็ดขาด

การจัดตั้งพระพุทธรูปและองค์เทพต่างๆ ควรแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เช่น พระและสิ่งเกี่ยวเนื่องในพระพุทธศาสนาก็ที่หนึ่ง เทพเจ้าพราหมณ์และสิ่งเกี่ยวเนื่องก็หิ้งหนึ่ง เทพและสิ่งเกี่ยวเนื่องของจีนก็หิ้งหนึ่ง เพราะแต่ละศาสนา ลัทธิ ความเชื่อนั้นมีส่วนของการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป บางครั้งนำมาตั้งบูชารวมกันไม่ได้ โดยเฉพาะเทพเจ้าของจีนจะมีข้อห้ามหลายอย่าง เช่น ถ้าตั้งรูปเห้งเจียแล้วห้ามตั้งรูปพระถังซัมจั๋ง , ถ้าตั้งรูปนาจาแล้วห้ามตั้งรูปเทพสามตา (เอ้อหลางเฉิง)และลี้เทียนอ๋อง (เทพเจดีย์ทอง)

การตั้งเครื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ที่รูปเคารพแต่ละรูปควรตั้งแก้วบรรจุน้ำสะอาดไว้และต้องเปลี่ยนทุกๆวันพระ ส่วนเทพเจ้าของฮินดูนั้นการตั้งถวายอาหาร ควรเป็นขนมหวานที่ไม่มีส่วนประกอบของไข่หรือผลไม้ หากเป็นสมเด็จพระปิยมหาราชนั้นต้องตั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองด้วย อนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์จะมีสิ่งสักการะที่แตกต่างกันออกไป และอาจมีข้อห้ามบางประการซึ่งผู้ที่บูชาจะต้องศึกษาอย่างละเอียดเพื่อให้การบูชานั้นถึงพร้อมและถูกต้อง มิฉะนั้นอาจได้ผลในทางที่ตรงกันข้ามหรืออาจเกิดภัยพิบัติแก่ตนเองได้

หากมีข้อสงสัยก็ฝากคำถามไว้ได้ในกระทู้ความคิดเห็นของบทความนี้นะครับ และหลักการปฏิบัตินี้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่หลักนี้ได้มาจากคำแนะนำของอาจารย์ที่ผมนับถืออยู่จึงนำมาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน

ตกแต่งหน้าร้านอย่างไรเพื่อเพิ่มยอดขายยิ่งขึ้น



ครั้งนี้นำประสบการณ์และคำแนะนำจากคณาจารย์หลายท่านที่ได้แนะนำการตกแต่งหน้าร้านค้าให้กับกระผมเมื่อสองปีที่แล้วซึ่งได้ผลกำไรเป็นอย่างดี จึงนำมาบอกกล่าวเพื่อร้านค้าอีกหลายร้านในยุคที่เศรษฐกิจง่อนแง่นเช่นนี้จะได้มีกำไรเพิ่มขึ้น

หน้าร้านเปรียบเสมือนหน้าตาของบุคคลหากหน้าร้านสกปรกก็คงไม่มีใครอยากเข้า ดังนั้นหน้าร้านจะต้องสะอาด ปลอดโปร่ง ใช้สีเย็นตาในการตกแต่ง หน้าร้านไม่ควรมีถังขยะอยู่เพราะหมายถึงคนเอาเสนียดจัญไรมาใส่ร้านเรา ให้กระเถิบห่างบ้านเราไปสักพอประมาณเพื่อไม่ให้มีกลิ่นรบกวนและป้องกันสัตว์สกปรก

หน้าร้านควรปลูกต้นโมกและไผ่น้ำเต้า ต้นโมกเป็นไม้ส่งกลิ่นหอมและเป็นไม้ตามทิศจากตำราพรหมชาติและไผ่น้ำเต้าจะมีข้อปล้องเหมือนน้ำเต้าดูดทรัพย์ของจีนครับ

ของตกแต่งหน้าร้านเสริมมงคลที่หาได้ง่ายๆ ไม่ต้องกราบไหว้บูชาแต่ต้องรักษาความสะอาดของสิ่งนั้น เช่น

สำเภาจีนหันหัวเรือเข้าบ้าน หมายถึงเรือที่นำทรัพย์สินมาสู่บ้านเรา

แมวกวักและนางกวัก อันนี้ขาดไม่ได้แน่นอน ต้องหมั่นทำความสะอาดเสมอเพราะทั้งแมวกวักและนางกวักนั้นเป็นเทพที่รักความสะอาดอย่างยิ่ง เคยเห็นบางร้านตั้งรูปเคารพทั้งสองแล้วเปื้อนฝุ่น หยากไย่สกปรก ดูไม่เป็นการให้เกียรติกันเลย

ยันต์ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพอสูรผู้ปกป้องสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าร้านและสามารถป้องกันลูกค้าประเภทซื้อเชื่อที่ชอบเบี้ยวหนี้ได้เป็นอย่างดี

ฮก ลก ซิ่ว เปรียบเสมือนคำอวยพรของคนจีนโบราณ

ตาแป๊ะตกปลา เป็นตัวแทนของการทำงานแล้วย่อมได้รับผลกำไรตอบแทน

เงินโบราณ โดยเฉพาะเงินในยุคของพระมหากษัตริย์ที่มีความเจริญรุ่งเรือง หากเป็นของไทยก็เช่นเงินสมัยรัชกาลที่ห้า หรืออาจจะเป็นธนบัตรที่มีเลข ๙ หน้า ๙ หลัง

ฯลฯ

แต่สิ่งสำคัญที่พึงตระหนักไว้สำหรับร้านค้าทุกร้านคือ “การบริการที่ประทับใจ เป็นมิตรไมตรี และซื่อสัตย์” จะทำให้ร้านค้าของคุณมั่นคงอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตรวจดวงชะตาด้วยคัมภีร์ทักษาพยากรณ์



จากภูมิพยากรณ์นี้วิธีพยากรณ์คือ ให้ตั้งอายุของผู้ประสงค์ตรวจดวงชะตาลง (อายุจริงบวก ๑)แล้วเอา ๘ หาร นับแต่วันเกิดของเจ้าชะตา เช่น เกิดวันจันทร์ก็เริ่มนับที่เลข ๒ , เกิดวันพฤหัสบดีก็เริ่มนับที่เลข ๕ อนึ่งผู้ที่เกิดวันพุธกลางวันเริ่มนับที่เลข ๔ ส่วนผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนเริ่มนับที่เลข ๘ ไปเท่าจำนวนเศษ (หากหารลงตัวให้ถือว่าเป็นเศษ ๘) จนถึงอายุของเจ้าชะตา(ที่บวก ๑ แล้ว) คือ นับเฉพาะตัวเลขรอบนอก ๑ ๒ ๓ ๔ ๗ ๕ ๘ ๖ (ไม่ต้องนับเลข ๙ ) ตกที่ดาวเคราะห์องค์ใดก็ให้พิจารณาทายตามดาวเคราะห์องค์นั้นๆดังคำพยากรณ์ต่อไปนี้

อายุถึงอาทิตย์(๑)
เกิดความผิดด้วยวงศา
คณาญาตินานา
คนแปลกหน้าห้ามอาศัย
ในเรือนของตนนั้น
จักเสกสรรให้ยุ่งใจ
ทิศอีสานอย่าได้ไป
อันตรายมาสู่ตน
ระมัดระวังคำ
วาจานำความทุกข์ทน
อีกหนึ่งห้ามคบคน
หน้าหก หน้างอ หน้าผากงอก
ปีนี้จักร้อนนัก
คำทายทักดังที่บอก
ปัญหามีทางออก
ใช้สติไว้จงดี

อายุถึงจันทร์(๒)เจ้า
โชคล้วนเข้านำสุขศรี
เป็นหญิงได้สามี
เป็นชายได้ภรรยา
ทั้งลาภผลเนืองนอง
อีกเงินทองนับคณา
ขุนนางท้าวพระยา
อำนวยโชคอำนวยชัย
ทำมาหากินดี
ความมั่งมีสุขสดใส
บูรพานำลาภให้
ท่านนั้นไซร้ได้ร่ำรวย

อายุถึงอังคาร(๓)
จะเกิดการเจ็บไข้ป่วย
ภายในครอบครัวด้วย
เกิดวิวาททะเลาะกัน
คนผิวเนื้อดำแดง
อีกตำแหน่งจมูกรั้น
จักนำทุกข์อาธรรม์
ให้ยุ่งยากลำบากใจ
ทำคุณบูชาโทษ
โปรดสัตว์ได้บาปไซร้
ภายหลังจักนำภัย
ทำบุญใครไม่ขึ้นเลย
เกิดเลือดตกยางออก
มิได้หลอกอย่านิ่งเฉย
ทำบุญสุนทานเชย
กรวดน้ำให้นายเวรเรา

อายุถึงพุธ(๔)นี้
ได้ผลดีทุกหมู่เหล่า
ลาภผลหลั่งไหลเข้า
กระเป๋าตุงอู๋หนักจริง
คิดการล้วนราบรื่น
สุขสดชื่นสมหวังทุกสิ่ง
อย่าประมาทอย่าละทิ้ง
ครองตนชอบตามครรลอง
ห้ามกินสัตว์จตุบท
ทวิบาทงดเถิดช่วยสนอง
จักป่วยเป็นโรคในท้อง
ตำราว่าไว้แต่เดิม

อายุถึงเสาร์(๗)นี้
ทุกข์ทวียิ่งเพิ่มเสริม
เกิดคดีความเพิ่มเติม
เสียทรัพย์สินแลเงินทอง
ของรักจักสูญหาย
ฤๅมลายให้เศร้าหมอง
เจ้านายแลเพื่อนพ้อง
จักผิดใจไม่ลงรอย

อายุถึงพฤหัส(๕)
ทำนายชัดมิได้ด้อย
สมหวังดั่งตั้งตาคอย
แม้เป็นถ้อยจักชนะความ
ผู้ใหญ่สมณะ
อีกทั้งพระคณาพราหมณ์
พร้อมจักช่วยเหลือตาม
ที่ท่านประสงค์จำนงแล

อายุถึงราหู(๘)
ให้หดหู่ในดวงแด
จักเสียทรัพย์เป็นแน่
ลาภผลขัดในปีนี้
สตรีนำโชคร้าย
ความวุ่นวายมาถึงที่
ความสุขยากจักมี
ผู้สูงศักดิ์จักรังแก
คิดเห็นผิดเป็นชอบ
ที่ถูกระบอบไม่แยแส
มั่นคงไว้ในดวงแด
หากผ่านพ้นย่อมสดใส

อายุถึงศุกร์(๖)นัก
ลาภผลจักพูนทวี
ไร่นาประดามี
อีกทรัพย์สินอเนกอนันต์
โชคดีทั้งด้านการงาน
รวมทั้งด้านชีวิตนั้น
ประเสริฐเลิศล้นครัน
นับได้ว่าเป็นปีทอง

ฝอยคำทำนายนี้
โบราณมีตามครรลอง
แต่งไปตามทำนอง
ตำราครูผู้ทรงญาณ
อ.เทพย์ สาริกบุตร
บริสุทธิ์ท่านแตกฉาน
เป็นยอดโหราจารย์
ไม่เป็นสองในแผ่นดิน
ทศพรรษ พชร
รจนาไว้ครบครันสิ้น
ตำรานี้คู่แผ่นดิน
แต่โบร่ำโบราณมา
หากถูกต้องโปรดสาธุ
ให้บรรลุสุขคณา
ผลบุญมอบบรรดา
คณาจารย์ครูหมอดู
หากทำนายผิดพลาด
ก้มแทบบาททั่วทุกผู้
เหตุข้ามิได้รู้
จบเจนทั่วทุกตัวคน
สุดท้ายขออวยพร
หมู่อมรเทวาดล
ให้เจริญจตุรพิธผล
สุขบันดลทั่วกันเทอญฯ

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

คำถวายเครื่องเซ่นเจ้าที่


(ไหว้เจ้าที่ ว่า ๓ ครั้ง)

สิบนิ้วข้าไหว้ เทวาท่านทาย เสด็จมาทุกหมู่ ตาบุตยายบัต ตาสีรัดยายพุทโธ ท่านนั้นเป็นตราชู รักษาอยู่สวนทุ่งนา นางเอื้อยและนางเอ เป็นเจ้าที่แต่ก่อนมา หกคนนั้นเล่าหนา เชิญท่านมาทั้งหกคน ตั้งแต่ในวันนี้ อย่าให้มีจราจล เชิญมาทั้งหกคน นางมณีเมขลา พระภูมิและเจ้าที่ นางธรณีนางคงคา ขอเชิญท่านมา รับเอาเครื่องกระยาบูชาสังเวย

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

( ส่งเจ้าที่ ว่า ๓ ครั้ง)

ครั้นท่านเสวยแล้ว ยุรยาตรคลาดแคล้ว ไปสู่สถาน ยังแต่รอยเดน ยังแต่รอยชาน หมู่พวกบริวาร กินสำราญใจ ถือกล้องครองน้ำ ธงเทียวไสว ที่ยังอยู่ไซร้ รักษาจงดี ศัตรูหมู่ร้าย อย่าเข้ามาใกล้ ซึ่งของทั้งนี้ ยิกไล่ทุบตี ให้เร่งออกไป โอมปริภุญชันโต จะมหาเทวา

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ตักบาตรสะเดาะเคราะห์


วิธีทำบุญแก้เคล็ดดวงชะตาที่เสียในเรื่องต่างๆนั้น ตำราโบราณกล่าวไว้ว่า หากคู่ครองไม่ดี เพื่อนไม่ดี ให้ใส่บาตรทำบุญในวันคู่มิตรคือ
วันอาทิตย์ คู่กับ วันพฤหัสบดี
วันจันทร์ คู่กับ วันพุธกลางวัน
วันอังคาร คู่กับ วันศุกร์
วันพุธกลางคืน คู่กับ วันเสาร์
และหากบริวาร ลูกน้อง บุตรธิดาตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ดีให้ใส่บาตรในวันเสาร์ หากผู้ใหญ่ เจ้านาย ผู้บังคับบัญชาตลอดจนพ่อแม่ไม่ดีให้ใส่บาตรในวันอาทิตย์

ตำราดูที่ตั้งบ้านเรือน


จะกล่าวถึงจอมปลวก อันเป็นพวกอยู่เรียงราย ที่ดีและที่ร้าย ท่านว่าไว้แต่ก่อนมี จอมปลวกอยู่ข้างออก อาจารย์บอกว่าอยู่ดี ทาสาทาสี หามาได้เพราะตนเอง จอมปลวกอยู่อาคเณย์ใน ไฟจะไหม้ไข้คลืนเคลง ถ้อยความเกิดมาเอง เร่งเจ็บไข้ไม่รู้วาย จอมปลวกอยู่ทักษิณ ลูกหลานหลินมิเป็นการ ภายหลังมักรำคาญ มันจะเบียนให้อัปรีย์ จอมปลวกอยู่หรดี แม้นจักมีทาสทาสา สิ่งสินหาได้มา ไว้ไม่คงอยู่กับตน จอมปลวกอยู่ปัจฉิม อาจารย์ชื่อว่าไร้เมีย ปลูกแล้วให้ลายเสีย ถ้าไม่ลายจะฉิบหาย จอมปลวกอยู่พายัพ เป็นอันดับแก่คนโฉด อยู่ไปนานจะเกิดโทษ เกิดพยาธิโรคา จอมปลวกอยู่อุดร รูปมังกรคาบเหรา ที่เรือนแห่งนั้นหนา ย่อมเป็นสุขแก่บุคคล จอมปลวกอยู่อิสาน อยู่ไปนานจะมีชัย ที่นั้นกันจังไหร ย่อมเป็นสุขแก่บุคคล.
(จากหนังสือ “คาถาตำรายาโบราณ” ของนายศรีนาก เมืองสุข ฉบับพิมพ์ปีพุทธศักราช ๒๔๙๓)